รวม 10 เพลงฮิตคลาสสิก สำหรับเทศกาลคริสต์มาส

ใกล้จะมาถึงกันแล้ว สำหรับเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลแห่งความสุขที่หลาย ๆ คนรอคอยที่จะได้อยู่กับครอบครัวกันอย่างพร้อมหน้า ร่วมทานอาหารมื้อพิเศษ และมอบของขวัญให้กับคนที่รัก และแน่นอนว่า ในเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้ ก็ย่อมมีเพลงคริสต์มาสแครอลและเพลงร่วมสมัย ที่นิยมร้องกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อเป็นการต้อนรับคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงนี้ กระปุกดอทคอม จึงได้รวบรวมเอา 10 เพลงคริสต์มาส มาฝากกัน… เอ้า ไปร้องเพลงคริสต์มาส พร้อมเนื้อเพลง พร้อม ๆ กันเลยจ้า 1. We Wish you a Merry Christmas We wish you a Merry Christmas,We wish you a Merry Christmas,We wish you a Merry Christmas,And a Happy New Year ! (คอรัส) Good tidings we bringToRead More

-->

ประวัติวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม วันคริสต์มาส

คริสต์มาส ประวัติเป็นมาอย่างไร ซานตาคลอส เกี่ยวข้องอะไรในวันคริสต์มาส เรามีข้อมูลมาฝากค่ะ  ถึงช่วงปลายปีทีไร ชาวไทยเราก็มีเรื่องฉลองอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่หรือวันคริสต์มาส ที่กำลังจะมาถึง แม้ว่าวันคริสต์มาสนี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธสักเท่าไร แต่ก็มีคนไทยบางคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่จำนวนไม่น้อย ว่าแต่ประวัติคริสต์มาสเป็นมาอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลมาฝาก  ตำนานวันคริสต์มาส คำว่า “คริสต์มาส” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า “บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า” ซึ่งพบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas เทศกาล Christmas หรือ X’Mas ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบธเลเฮม และเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งรับสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรีย ก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่าพระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์ก็มีความเห็นที่ต่างออกไปโดยได้วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 274Read More

-->

Merry Christmas 10 สถานที่เที่ยววันคริสต์มาส คริสต์มาสนี้เที่ยวไหนดีนะ

เข้าใกล้เข้ามาแล้วกับเทศกาลคริสต์มาส อีกหนึ่งเทศกาลที่คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญเราจึงขอแนะนำ 15 สถานที่ท่องเที่ยวต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่ต้องสัมผัสสักครั้งในชีวิต คริสต์มาสเที่ยวไหนดี ? 1. Lapland (Finland) พิกัด: Lapland คริสต์มาสเที่ยวไหนดี ? ถ้าพูดถึงเทศกาลคริสต์มาสต้องนึกถึงที่นี่เลยกับประเทศฟินแลนด์ ที่ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์มีความเชื่อกันว่ามี ซานตาคลอส ตัวจริงอาศัยอยู่ที่เมือง Rovaniemi ใน แลปแลนด์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นแหล่งดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวให้เดินไปพบเขาและยังสามารถช่วยแจกของในเทศกาลคริสต์มาสหรืออาจจะอยากทำให้ความฝันในวัยเยาว์เป็นจริงขึ้นมาก็ได้นั่นก็คือไปขอของขวัญจากคุณลุงซานตาคลอส ที่นี่จะมีผู้คนมากมายต่างเฝ้ารอการมาของซานต้าอยู่หน้าบ้านเป็นจำนวนมากในวันเทศกาล หรืออีกทางเลือกหนึ่งให้ไปที่ เมือง Kuusamo เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่ไม่ชอบเบียดเสียดผู้คน และต้องการสัมผัสกับความหนาวยะเยือกของหิมะแต่กลับอบอุ่นด้วยเตาผิงอันน้อยในค่ำคืนแห่งความสุข 2. Nuremberg (Germany) พิกัด: Nuremberg ในเทศกาลคริสมาสต์ มีอยู่เมืองนึงที่ถูกขานนามว่าเป็นเมืองคริสมาสต์หมายเลข 1 แห่งประเทศเยอรมนีนั้นคือ นูเรมเบิร์ก ซึ่งทุกปีผู้คนจำนวนมากพากันออกมาจับจ่ายซื้อของ เพื่อเฉลิมฉลอง ไฮไลท์ คือตลาดคริสต์มาส ที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นอบเชย เหล้าองุ่น อัลมอนด์คั่ว และไส้กรอกสูตรเฉพาะหรือจะเป็นบ้าน Volfshera ซึ่งจะจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ของวันคริสต์มาส โดยแต่ละปีจะนำเสนอเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับเทศกาลเฉลิมฉลองของคริสต์มาส เหมาะสำหรับใครที่ไม่ชอบความพลุกพล่านก็สามารถมาหาความสงบได้ หรือจะเป็นที่ Dresden ก็สวยไม่แพ้กันที่นี่รวมความแตกต่างของตลาดคริสมาสต์ มาเข้าด้วยกันมีทั้งเสียงดนตรีและเสียงการเฉลิมฉลองทำให้รู้สึกเข้าถึงบรรยากาศเทศกาลคริสมาสต์ 3. Vienna (Austria) พิกัด: Vienna เวียนนาเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในยุโรปสำหรับเทศกาลคริสมาสต์ ตั้งอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เป็นเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในจัตุรัสใจกลางกรุงเวียนนาจะกลายเป็นตลาดคริสมาสต์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักและมีกลิ่นอายของความดั้งเดิม เทศกาลคริสมาสต์ในกรุงเวียนนาเปรียบเสมือนเวทมนต์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในหนึ่งปี มีการตกแต่งเต็มไปด้วยต้นเคริสมาสต์ ของขวัญคริสมาสต์ เครื่องดื่ม ขนม Read More

-->

ชวนคุณมาสัมผัสดินแดนมหัศจรรย์ ฉลองเทศกาลคริสต์มาสเสมือนจริงที่เดียวในประเทศไทยที่เกตเวย์ เอกมัย

เชื่อว่าเทศกาลคริสต์มาสจะเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยมาทั้งปี จะต้องนึกถึงของขวัญกล่องใหญ่ คุณลุงซานต้าครอสสวมชุดสีแดง อยู่ในบรรยากาศหนาว ที่มีหิมะโปรยปราย ที่เกตเวย์ เอกมัย แห่งนี้ จะเป็นที่ที่นำพาคุณเข้าสู่บรรยากาศเหล่านั้นได้จริง ที่ด้านหน้าศูนย์ฯ จะสะดุดตากับต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ ประดับตกแต่งด้วยไฟสีสันสวยงามตั้งแต่ สร้างบรรยากาศเสมือนกำลังเดินอยู่ในเมืองหิมะจริงๆ และยังมีน้องหมีหลากหลายคอลเลคชันประดับตกแต่งอยู่ให้รู้สึกถึงความอบอุ่น และได้ถ่ายรูปคู่เก๋ๆเยอะแยะไปหมดทั่วศูนย์ฯ เลย อีกหนึ่งไฮไลท์และอดไม่ได้ที่จะต้องแชะภาพเก็บไว้ ก็คือ เหล่าขบวนน้องหมีเซเลป ที่ถูกออกแบบชุด และเครื่องประดับโดยเหล่าศิลปิน ดารา เซเลบริตี้ชื่อดังของเมืองไทย และอีกหนึ่งเหตุผลที่คริสต์มาสปีนี้ ต้องมาที่เกตเวย์ เอกมัย แห่งนี้เท่านั้น นั่นก็คือการที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ที่เสมือนจริงที่สุดที่บ้านซานตาครอสท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น พร้อมสัมผัสกับหิมะเสมือนจริง ที่Snow Town Bangkok ซึ่งอยู่ที่ชั้น 5 ของเกตเวย์ เอกมัย เมื่อเข้ามาด้านใน Snow Town Bangkok จะสัมผัสถึงอากาศที่หนาวเย็นจากหิมะ เสมือนกำลังเดินอยู่ในเมืองหิมะจริงๆ เลย  เมื่อเข้ามาแล้วจะพบกับโซน White Bear House โดยภายในห้องนี้จะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 18 องศาแต่กลับรู้สึกอบอุ่นด้วยบรรยากาศภายในบ้าน พบกับซานต้าหมีคามัยที่แต่งตัวเป็นซานต้าต้อนรับเราอยู่ ให้ได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก  อีกทั้งยังมีมุมจิบกาแฟและโซนจำหน่ายของที่ระลึกแสนน่ารักจาก SnowRead More

-->

มหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส กับความเบิกบานจากการให้

เทศกาลคริสต์มาส เป็นช่วงที่ประชากรหลายพันล้านคนทั่วโลกต่างพากันตกแต่งอาคารบ้านเรือน ด้วยไฟแสงสีระยิบระยับตระการตา และประดับประดาสัญลักษณ์แห่งเทศกาลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หรีดกิ่งสน เทียน ต้นฮอลลี่ กระดิ่ง ดาว ถุงเท้าคริสต์มาส ตุ๊กตาเทวดาน้อยหรือนางฟ้า รูปปั้นซานตาคลอส และต้นคริสต์มาส ใต้ต้นคริสต์มาสจะมีของขวัญวางเรียงไว้มากมาย เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สมาชิกทุกคนในครอบครัว แม้จะอยู่ห่างไกลกันเพียงใด จะกี่ร้อยกิโลเมตรหรือหลายพันไมล์ ก็จะนัดหมายมาพบกัน เพื่อฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลคริสต์มาสร่วมกัน  เทศกาลอันแสนวิเศษและให้ความรู้สึกอบอุ่นนี้จะมาเยือนให้ได้สัมผัสกันทุกปีในเดือนธันวาคม โดยเฉพาะในวันที่ 24 ธันวาคม  หลายคนตั้งใจรอคอย และตระเตรียมงานฉลอง พร้อมเตรียมมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้กันและกัน รอยยิ้มจากการได้รับของขวัญ ทำให้ผู้ให้เบิกบานด้วยความสุขและความปลื้มปีติ วันคริสต์มาส เป็นเทศกาลที่สำคัญเทศกาลหนึ่งของผู้นับถือศาสนาคริสต์ เป็นวันครบรอบวันประสูติของพระเยซู  หรืออีกความหมายคือ เป็นการฉลองวันประสูติของพระเยซู หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่มิใช่คริสต์ศาสนิกชนก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมประเพณีแห่งการเฉลิมฉลองนี้เช่นกัน ที่ปรากฎให้เห็นเช่น การให้ของขวัญ การประดับตกแต่ง และต้นคริสต์มาส การฉลองของแต่ละประเทศอาจมีรูปแบบแตกต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมในแต่ละถิ่นและภูมิภาค  สำหรับชาวคริสต์แล้ว วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดและเป็นวันที่คนนิยมเข้าร่วมศาสนพิธีในโบสถ์มากที่สุด ในโบสถ์จะมีการสวดภาวนาระลึกถึงพระเจ้า ทุกคนร่วมร้องเพลงที่มีความหมายของการเสด็จมาของพระเยซู มีทั้งท่วงทำนองให้ความรู้สึกสงบทางจิตใจ ความชื่นชมยินดี ตลอดจนจังหวะของโน้ตดนตรีที่ร่าเริงสนุกสนาน  ภายในโบสถ์มีการตกแต่งด้วยต้นคริสต์มาส และฉากจำลองการประสูติของพระเยซู  เหล่าเด็ก ๆ จะแสดงละครเรื่องราวการประสูติของพระองค์ การแสดงที่น่ารักของเด็ก ๆ สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ชม และทุกคนในครอบครัวRead More

-->

ไอเดียเเต่งบ้านสวยวันคริสต์มาส

เห็นบ้านโล่งๆ ว่างๆ อยากเเต่งบ้านรับวันคริสต์มาสยาวไปถึงปีใหม่กันมั้ย? จะได้เพิ่มบรรยากาศกับความสนุกสนานภายในบ้านด้วยนะ เเต่ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มเเต่งแบบไหนดี วันนี้เรามี 7 ไอเดียเเต่งบ้านมานำเสนอกันจ้า ลองมาดูกันเลย 1.ต้นคริสต์มาสถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลนี้ นั่นก็คือต้นคริสต์มาสนั่นเอง มีให้เลือกหลากหลายสีเเล้วเเต่ชอบ ส่วนของตกเเต่งก็หาง่ายเพราะมีขายไม่ห่างกันเท่าไหร่ ใครมีของปีก่อนๆ ก็เอามาตกแต่งได้น้า ส่วนใครเบื่อเเต่งต้นคริสต์มาสแบบเดิม งั้นลองเอาของใช้ในบ้านมาเเขวนดูก็เก๋ไปอีกแบบ 2.โต๊ะอาหารสร้างบรรยากาศมื้อเย็นนี้บนโต๊ะอาหารกันหน่อยดีกว่า ได้นั่งบนโต๊ะสวยๆ กินอาหารอร่อยๆ คงจะฟินไม่น้อย! เลือกต้นคริสต์มาสเล็กๆ กับจุดเทียนก็สร้างบรรยากาศได้เเล้ว หรือจะจัดดอกไม้ใส่เเจกันวางไว้บนโต๊ะก็ได้เหมือนกัน เน้นโทนสีเเดง เขียว น้ำตาลไว้ก็เข้าตีมแล้ว  3.เทียนจุดเทียนนอกจะช่วยให้บรรยากาศดูโรแมนติกแล้ว ยังดูอบอุ่นรับอากาศหนาวของคริสต์มาสได้อีกด้วย เลือกเทียนสีขาวอันใหญ่หรือเล็กตามเเต่ภาชนะที่บ้านเรามีแล้วจัดวางเเต่งด้วยลูกสน หรือดอกไม้ใบไม้สีเเดง สีเขียว  หรือบ้านใครมีไฟประดับ ไฟกะพริบ รองตัดกระดาษเป็นรูปบ้านเเล้วนำมาครอบอีกที่ก็เพิ่มความเก๋ไก๋ไม่น้อยเลยนะ ดูเป็นบ้านจิ๋วที่มีเเสงไฟลอดออกมา ทำให้บ้านของเราดูอบอุ่นขึ้นไปอีก 4.บันไดเห็นบันไดว่างๆ อยู่ งั้นมาเเต่งบันไดรับวันคริสต์มาสกันดีกว่า ในต่างประเทศเลือกนำกิ่งต้นสนมาประดับ เเต่เราอาจประยุกต์ด้วยการนำสายรุ้งที่เราหาซื้อกันได้ทั้วไปมาพันรอบราวบันไดเเทน จากนั้นนำไฟ โบ หรือของตกเเต่งอย่างลูกบอล ระฆัง มาประดับ บ้านไหนมีขั้นบันไดกว้างอาจวางกระถางต้นไม้ตามขั้นต่างๆ ก็ได้ 5.CHRISTMAS WREATHถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่เห็นได้บ่อยๆ ในเทศกาลคริสต์มาสเลย นำกิ่งไม้เเห้งมาทำเป็นวงกลมเเล้วประดับด้วยใบสนเป็นหลัก ส่วนจะเเต่งเติมอะไรต่อนั้นเเล้วเเต่สไตล์ของเเต่ละคนเลยRead More

-->

มารู้จักเทศกาล Christmas กันเถอะ

WE WISH YOU A MERRY CHRISTMAS AND A HAPPY NEW YEAR ได้ยินเพลงนี้แล้วคุณนึกถึงเทศกาลอะไรกันค่ะ แน่นอนหากได้ยินเพลงนี้พร้อมมีลมหนาวพัดมาล่ะก็แสดงว่าเราเข้าสู่เทศกาล Christmas  กันแล้วล่ะค่ะ หลายท่านอาจจะทราบประวัติของวันคริสต์มาสกันมาบ้างแล้วแต่วันนี้ 65blogs จะพาทุกท่านมารู้จักกับวันคริสต์มาสนี้ให้มากขึ้นทั้งในเรื่องของประวัติวันคริสต์มาส ความเป็นมาขององค์ประกอบต่างๆในวันตริสต์มาส ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นมาชมไปพร้อมๆกันเลยค่ะ CHRISTMAS DAY Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณคือคำว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ซึ่งวันคริสต์มาส คือ การฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลบันทึกไว้ว่า พระเยซูประสูติในสมัยจักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัส แห่งโรมัน อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร แต่สาเหตุที่ใช้วันที่ 25 ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเยซูนั้น นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ.274 แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน แต่ด้วยชาวคริสต์สมัยนั้นได้ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาRead More

-->

9 สถานที่ฉลองคริสต์มาส ที่ดีที่สุดในโลก

ชวนอินเล็กๆ กับเทศกาลฝรั่ง วันคริสต์มาส อีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ดังทั่วโลก อย่างเราคงไม่อินบินไปไกล แต่เก็บข้อมูลไว้เพื่อมีสักครั้งที่ได้ไปเยือนประเทศเหล่านี้ กับ 9 สถานที่ฉลองคริสต์มาส ที่ดีที่สุดในโลก สถานที่ฉลองคริสต์มาส ที่ดีที่สุดในโลก 1. Lapland, Finland ประเทศฟินแลนด์ ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์ซึ่งเชื่อกันว่ามี ซานตาคลอส ตัวจริงอาศัยอยู่ที่เมือง Rovaniemi ใน แลปแลนด์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปพบเขาและช่วยตระเตรียมขนมปังสำหรับแจกในเทศกาลคริสต์มาส หรือถ้าอยากย้อนความฝันวัยเยาว์ จะขอนั่งตักพี่เค้าด้วยก็ได้นะ ใครไม่ชอบเบียดเสียดกับฝูงชนที่เฝ้ารอซานต้าอยู่หน้าบ้าน ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งให้ไปที่ เมือง Kuusamo และว่ากันอีกว่า ซานต้าผู้นี้สามารถพูด-ฟังได้ทุกภาษา เลยตัดปัญหาภาษาใบ้ ภาษามือไปซะ!  2. Granada, Spain กรานาดา คือ สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในช่วงคริสต์มาส ของประเทศสเปน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงดงามของหิมะที่ปกคลุมยอดเขา Sierra Nevada สถานที่ซึ่งเป็นสุดยอดของการเล่นสกี และ พระราชวัง Alhambra อันวิจิตรพิสดารซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเซียรา เนวาดา พร้อมตื่นตาด้วยขบวนพาเหรดสุดแฟนตาซี งานนี้ไม่มีซานต้าก็เอาอยู่ 3. Oslo, Norway ประเทศนอร์เวย์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ประเทศที่มีหิมะปกคลุมมากที่สุดในโลก ถ้าอยากเห็นกับตาต้องไปสัมผัสและกระโดดสกีที่ Holmenkollen บนเขาออสโลสักครั้ง โดยสามารถนั่งรถไฟใต้ดินไป หรือ จะเดินทางแบบคลาสสิกด้วยกวางลากเลื่อน เป็นกลิ่นไอแบบคริสต์มาสแท้ และอย่าแปลกใจจถ้าเห็นคนแคระเดินเคียงคู่ซานต้า แต่จงรีบอธิษฐานขอพรซะ! 4. New York, USA คริสต์มาส แห่ง นิวยอร์ค เต็มไปด้วยสีสันแห่งการช้อปที่ไม่สิ้นสุด ความคึกคักสามารถจินตนาการได้จากหนังเรื่อง Home Alone เพราะบรรยากาศใช่เลยยังไงยังงั้น มาเมืองนี้ที่เดียวแต่ได้ฉลองตลอดเส้น ตั้งแต่ สะพานบรูคลิน ฟังเพลงประสานเสียงที่ ไทม์แสควร์ และเดินเล่นรอบเมืองที่ประดับประดาด้วยแสงสี สัญลักษณ์แห่งเทศกาลคริสต์มาสRead More

-->

ความสำคัญของวันคริสต์มาส

วันคริสต์มาส เป็นวันที่มีความสำคัญวันหนึ่งในศาสนาคริสต์ มิได้เป็นวันสำคัญฝ่ายร่างกาย หรือจัดงานสังสรรค์รื่นเริงซึ่งเป็นแต่เพียงเปลือกนอกของการเฉลิมฉลองคริสต์มาสเท่านั้น แต่แก่นแท้ของวันคริสต์มาสอยู่ที่ความรักของพระเจ้าที่มีต่อโลกมนุษย์ หมายถึง พระเจ้าทรงรักมนุษย์มากเสียจนยอมส่งพระบุตรแต่องค์เดียวของพระองค์มาเกิดเป็นมนุษย์ที่มีเนื้อหนังมังสา นามว่า เยซู นับว่าการที่พระเจ้าได้ถ่อมองค์และเกียรติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ นั่นก็เพื่อช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากการเป็นทาสของความชั่วและบาปต่างๆ ฉะนั้นความสำคัญของวันคริสต์มาสจึงอยู่ที่การเฉลิมฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อโลกมนุษย์อย่างเป็นจริงเป็นจัง และได้เห็นตัวตนในพระเยซูคริสต์ที่มาเกิดเป็นมนุษย์มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น การเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาส วันคริสต์มาส เป็นเทศกาลหลักและวันหยุดราชการในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่มิใช่คริสต์ศาสนิกชนอีกด้วย ในบางประเทศที่ไม่ได้เป็นคริสต์ ประเทศเหล่านี้ได้มีการรับเอาเทศกาลคริสต์มาสเข้ามาระหว่างที่ถูกปกครองเป็นอาณานิคม อย่าง ฮ่องกง ส่วนในประเทศอื่นประชากรก็ค่อยๆ รับเอาการเฉลิมฉลองของคริสต์ศาสนิกชนกลุ่มน้อย หรืออิทธิพลจากวัฒนธรรมต่างประเทศมาหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี ก็กลายเป็นประเทศที่เทศกาลคริสต์มาสได้รับความนิยม ถึงแม้ว่าจะมีคริสต์ศาสนิกชนน้อย แต่ก็ได้รับเอาคริสต์มาสส่วนที่เป็นฆราวาสมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การให้ของขวัญ การประดับตกแต่ง รวมถึงต้นคริสต์มาส นอกจากนั้นก็ยังมีประเทศที่ไม่ได้กำหนดให้วันคริสต์มาสเป็นวันหยุดราชการ อาทิ สาธารณะรัฐประชาชนจีน ยกเว้น ฮ่องกง และมาเก๊า ญี่ปุ่น อัลจีเรีย ไทย เนปาล อิหร่าน ตุรกี และเกาหลีเหนือ เป็นต้น การเฉลิมฉลองในเทศกาลคริสต์มาสอาจมีรูปแบบที่แตกต่างกันทั่วโลกซึ่งสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละชาติได้อย่างชัดเจนมาก ในกลุ่มประเทศที่มีประเพณีแบบคริสต์มั่นคง การเฉลิมฉลองในเทศกาลคริสต์มาสก็ได้รับการปรับปรุงจนกระทั่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในแต่ละถิ่น แต่ละภูมิภาค สำหรับคริสต์ศาสนิกชนแล้ว การเข้าร่วมศาสนพิธีถือเป็นส่วนสำคัญในการยอมรับเทศกาลดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาส เทศกาลอีสเตอร์ ก็เป็นช่วงที่มีผู้คนเข้าโบถส์มากที่สุดในแต่ละปี ส่วนในประเทศคาทอลิกRead More

-->

วันคริสต์มาส Christmas Day

วันคริสต์มาส (Christmas) หรือ วันสมโภชพระคริสตสมภพ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู นับเป็นวันหยุดทางศาสนา มีวัฒนธรรมของประชากรหลายพันล้านคนทั่วโลกนิยมจัดการเฉลิมฉลองในวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งในวันดังกล่าวจะเน้นปีพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนเป็นสำคัญ วันคริสต์มาส เป็นวันปิดเทศการเตรียมการรับเสด็จ (Advent) และวันเริ่มต้นเทศกาลพระคริสตสมภพ (Christmastide) ทั้งสิ้น 12 วัน อีกทั้ง วันคริสต์มาสก็เป็นวันหยุดราชการในหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงมีผู้ที่ไม่ใช่คริสต์ศาสนิกชนก็หันมาเฉลิมฉลองกันมากขึ้น ก่อนถึงวันคริสต์มาส คริสต์มาสอีฟ (Christmas Eve) นับเป็นวันเริ่มแรกก่อนเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส หากดูจากฝั่งตะวันตกโดยทั่วไปจะตรงกับวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปีตามแบบระบบปฏิทินสมัยใหม่ โดยคริสต์มาอีฟ มีความหมาย คือ เย็นแรกของวันคริสต์มาส ในวันนี้จะมีการเฉลิมฉลองเพื่อระลึกถึงการประสูติของพระเยซู ประวัติวันคริสต์มาส วันคริสต์มาส เป็นวันเฉลิมฉลองการมาประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาของชาวคริสต์ทั่วโลก นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันเฉลิมฉลองที่มีความสำคัญและมีความหมายมากที่สุดวันหนึ่ง เพราะชาวคริสต์ถือว่า พระเยซู มิได้เป็นแต่เพียงมนุษย์ธรรมดาๆ ที่เกิดมาเหมือนกับเด็กทั่วไป แต่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุดและมีพระธรรมชาติเป็นพระเจ้าและเป็นมนุษย์ในพระองค์เอง การบังเกิดของพระองค์จึงเป็นเหตุการณ์พิเศษที่เหมือนกับการเกิดใดๆ และไม่มีใครเหมือน เมื่อครั้งประสูติพระเยซูเจ้า เวลานั้น จักรพรรดิออกัสตัสได้รับสั่งให้ราษฎรทุกคนที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรโรมันไปลงทะเบียนสำมะโนประชากร โยเซฟและมารีย์ที่มีครรภ์แก่จึงต้องเดินทางไปยังเมืองเบธเลเฮมอันเป็นเมืองที่กษัตริย์ดาวิดประสูติ เมื่อถึงกำหนดที่มารีย์จะคลอดบุตร เธอก็ได้คลอดบุตรชายหัวปี เธอได้เอาผ้าพันกายพระกุมารจากนั้นก็วางไว้ในางหญ้า เนื่องจากตามโรงแรมไม่มีที่พัก ในคืนนั้น ฑูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ปรากฏแก่พวกเลี้ยงแกะ คนเหล่านั้นตกใจกลัวมาก แต่ฑูตสวรรค์ก็ได้ปลอบไปป่า “อย่ากลัวไปเลย เพราะเรานำข่าวดีมาบอก คืนนี้เองในเมืองของกษัตริย์ดาวิดมีพระผู้ช่วยให้รอดประสูติ พระองค์นั้นเป็นพระคริสต์พระเป็นเจ้า นี่จะเป็น หลักฐานให้พวกท่านแน่ใจ คือ พวกท่านจะพบพระกุมารมีผ้าพันกายRead More

-->