สิ่งที่ปฏิบัติในเทศกาลคริสต์มาส

เทศกาลคริสต์มาสที่จะตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปีนั้นถือว่าเป็นเทศกาลแห่งความสุขอีกหนึ่งเทศกาลและทำให้ครอบครัวได้มาเจอกับพร้อมหน้าพร้อมตากันในรอบปีและเป็นเทศกาลที่เด็กนั้นรอค่อยการได้รับของขวัญวันนี้เราจะมาดูกันว่าแท้จริงแล้วเทศกาลคริสต์มาสนั้นมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไร เทศกาลคริสต์มาสถือเป็นเทศกาลที่รายล้อมไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข มีการจัดงานเฉลิมฉลอง ประดับต้นคริสต์มาสตามสถานที่ต่างๆ และจัดแสดงแสง สี เสียง อย่างสวยงาม สมัยก่อนชาวโรมันนิยมมอบของขวัญที่มีค่าให้แก่กัน เช่น อาหาร ขนม และทองคำ ในขณะที่ชาวยุโรปมักบริจาคทาน มอบของขวัญ และของใช้ให้แก่คนไร้บ้าน ในปัจจุบันถือเป็นวันที่ครอบครัวจะได้กลับมาฉลองร่วมกัน มีการมอบของขวัญ ส่งการ์ดอวยพร ทำขนมอบ และรับประทานอาหารมื้อค่ำ ส่วนเด็กๆ จะรวมตัวกันร้องเพลงตามบ้านและโบสถ์ อีกทั้งนิยมนำถุงเท้ามาแขวนไว้หน้าเตาผิงเพื่อรอของขวัญจากซานตาคลอส (ซึ่งก็คือพ่อแม่ของพวกเขา)

-->

อยากรู้ไหม การทำมิสซาเที่ยงคืน คืออะไร

เมื่อพระสันตะปาปาจูลีอัสที่1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) แล้วในปี นั้นเองพระองค์และสัตบุรุษได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม ยังถ้ำที่พระเยซูเจ้าประสูติ พอไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืน พระสัน ตะปาปาก็ทรงถวายบูชา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พัก เป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และสัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อ สัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติ ของพระองค์ตั้งแต่ นั้นเป็นต้นมาจึงมี ธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ใน โอกาสวันคริสต์มาสเช่นเดียวกัน

-->

รู้หรือไม! พิธีมิสซา คืออะไร

พิธีมิสซา จะถูดจัดขึ้นใน วันคริสต์มาส ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญ พิธีมิสซา  คือ พิธีบูชาขอบพระคุณ ในความเป็นหนึ่งเดียวกันของคริสตชน โดยมีองค์พระเยซูเจ้าเอง เป็นเครื่องบูชาเพื่อไถ่บาปแทนเรามนุษย์ อาศัยพระกายและพระโลหิตที่ยอมสละและพลีชีวิตเพื่อเรา ดังนั้น พิธีมิสซาฯ จึงควรเป็นพิธีของส่วนรวมในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่คริสตชนจะขอบพระคุณพระเจ้าที่ได้ทรงประทานพระบุตรของพระองค์ลงมาไถ่บาปแทนเรามนุษย์ทุกคน องค์ประกอบของพิธีมิสซาฯ    พิธีการต่าง ๆ ของพิธีมิสซาฯ นั้น ประกอบด้วยภาคต่าง ๆ ดังนี้ 1. ภาคเริ่มพิธี ตั้งแต่เริ่มพิธี ไปจนถึงบทภาวนาของประธาน (Collecta)     เริ่มจากเพลงแห่เข้า (ในความเป็นจริงจะไม่มีเพลงก็ได้ แต่การที่มีเพลง เพื่อให้สัตบุรุษรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อสรรเสริญพระเจ้า และถือเป็นการภาวนาอย่างหนึ่ง เพลงในพิธีกรรมที่ดี ควรเป็นเพลงที่สื่อความหมายให้เข้าใจในพิธีกรรม และร่วมจิตใจได้)     – คำทักทาย – การสารภาพความผิด – บทกีรีเอ – (พัฒนามาจากบทลีตานีอาในยุคแรกเริ่ม) – บทกลอรีอา และจบที่บทภาวนาของประธานซึ่งเป็นช่วงเชื่อมต่อไปสู่ช่วงที่สอง ในภาควจนพิธีกรรม     สาระโดยรวมของภาคเริ่มพิธีนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเริ่มต้นนำ และเตรียมให้บรรดาสัตบุรุษที่ชุมนุมอยู่ด้วยกัน มีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน และเป็นการโน้มน้าวจิตใจให้พร้อมที่จะฟังพระวาจาของพระเจ้าอย่างถูกต้อง และให้เฉลิมฉลองศีลมหาสนิทอย่างสมควร 2. ภาควจนพิธีกรรม   เริ่มจากบทอ่านแรกจากพันธสัญญาเดิมRead More

-->

ประเพณีคริสต์มาสแบบเยอรมัน

ช่วงเวลาคริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากของประเทศเยอรมันตามประสาประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์เป็นศาสนาหลัก (ถึงแม้ว่าปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะหันไปเลิกนับถือศาสนากันซะเยอะ) หลังจาก Halloween จบไปได้ไม่นาน กลิ่นอายของบรรยากาศแห่งเทศกาลคริสต์มาสก็จะกลับเข้ามาคืนความสดใสให้กับบรรยากาศอันน่าหดหู่ของฤดูใบไม้ร่วง ห้างร้านบ้านเรือนต่างๆจะเริ่มประดับประดาห้องหับของตัวเองด้วยเครื่องตกแต่งคริสต์มาสกันทีละเล็กละน้อยจนกว่าจะรู้ตัวอีกที เราก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยรูปปั้น ของตกแต่ง และไฟเทศกาลที่ส่องแสงระยิบระยับอย่างมีชีวิตชีวาซะแล้ว จริงๆที่ไทย (หรืออย่างน้อยก็ในกรุงเทพแถวๆสยามที่เราเคยอยู่ 555) ก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ว่าที่เยอรมันนอกจากเรื่องการตกแต่งประดับประดาต่างๆแล้ว เวลาคริสต์มาสยังเป็นเวลาที่สมาชิกในครอบครัวจะกลับมาพบหน้ากัน โดยที่ช่วงเวลาระหว่างเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่จะเป็นวันหยุดราชกาล อย่างที่คอลเลจของเราก็หยุดตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ถึงวันที่ 4 มกราคมแน่ะ แล้วในการพบหน้ากันครั้งนี้ก็แน่นอนว่าต้องมีการให้ของขวัญกันตามธรรมเนียม ช่วงก่อนจะถึงวันคริสต์มาสห้างร้านก็จะคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาเลือกซื้อของเพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อนๆและสมาชิกในครอบครัว ที่เยอรมัน บางครอบครัวมีวิธีที่ทำให้เด็กๆตื่นเต้นใจจดใจจ่อรอคอยให้วันคริสต์มาสมาถึงไวๆมากขึ้นไปอีก โดยการแขวนปฎิทิน Adventskalender ไว้ ซึ่งปฎิทิน Adventskalender แบบดั้งเดิมนี้ก็เหมือนปฎิทินทั่วไป แต่ว่าจะมีวันที่ต้้งแต่ 1 ธันวาคมถึง 24 ธันวาคมเท่านั้น และแต่ละช่องวันที่บนปฎิทินก็จะมีประตูเล็กๆอยู่ แต่ละวันๆเด็กๆก็จะเปิดประตูเล็กๆนั้นออกตามวันที่นั้นๆ ในแต่ละช่องประตูก็จะมีของขวัญเล็กๆหรือขนมหวานอยู่ เด็กๆก็จะได้ของขวัญเล็กๆน้อยๆไปวันละชื้นไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม และนอกจากจะเป็นในรูปแบบปฎิทินธรรมดาแล้ว ยังมีไอเดีย Adventskalender ในรูปแบบอื่นๆอีกเยอะแยะมากมาย

-->

มารู้จักเทศกาล Christmas กันเถอะ

JINGLE BELLS, JINGLE BELLS, JINGLE ALL THE WAY WE WISH YOU A MERRY CHRISTMAS ………. AND A HAPPY NEW YEAR ได้ยินเพลงนี้แล้วคุณนึกถึงเทศกาลอะไรกันค่ะ แน่นอนหากได้ยินเพลงนี้พร้อมมีลมหนาวพัดมาล่ะก็แสดงว่าเราเข้าสู่เทศกาล Christmas  กันแล้วล่ะค่ะ หลายท่านอาจจะทราบประวัติของวันคริสต์มาสกันมาบ้างแล้วแต่วันนี้ 65blogs จะพาทุกท่านมารู้จักกับวันคริสต์มาสนี้ให้มากขึ้นทั้งในเรื่องของประวัติวันคริสต์มาส ความเป็นมาขององค์ประกอบต่างๆในวันตริสต์มาส ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นมาชมไปพร้อมๆกันเลยค่ะ CHRISTMAS DAY Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณคือคำว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ซึ่งวันคริสต์มาส คือ การฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลบันทึกไว้ว่า พระเยซูประสูติในสมัยจักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัส แห่งโรมัน อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร แต่สาเหตุที่ใช้วันที่ 25 ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเยซูนั้น นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมันRead More

-->

ฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับ 5 งานอีเว้นท์ที่ไม่ควรพลาด

“santa claus is coming to town” และแล้วเทศกาลประจำฤดูหนาว แต่กลับทำให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ไหน ๆ ต่างก็ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับ ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าไปเที่ยวที่ไหนดี ลองมาดู 5 พิกัดที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ รับรองว่าคริสต์มาสปีนี้ คุณมีตัวเลือกเส้นทางการเดินทางดี ๆ ที่จะประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว 1. wOrld Of Happiness @centrawOrld ฉลองเทศกาลปลายปีสุดอลังกาลด้วยธีม wOrld Of happiness ที่นำเสนอคาแรคเตอร์อิโมติคอนสุดน่ารักระดับโลกอย่าง Smiley มาสร้างรอยยิ้มให้ช่วงเวลาคริสต์มาสนี้ ส่งท้ายยาวไปจนถึงปีใหม่ ตื่นตาตื่นใจไปกับ Swarovski Christmas Merry Go Round เครื่องเล่นม้าหมุนดิจิตอลสุดอลังการส่องประกาบระยิบระยับ ประดับประดาด้วยคริสตัลจากสวารอฟสกี้มากกว่า 4 ล้านเม็ด สามารถไปถ่ายรูปกันได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 – 7 มกราคม 2562 2. WinterRead More

-->

6 เมืองในฝัน ที่คนรัก ‘เทศกาลคริสต์มาส’ ต้องฟิน

‘คริสมาสต์ (Christmas)’ เทศกาลที่จะพาคุณอบอุ่นหัวใจไปกับความโรแมนติกปนสนุก มีทั้งแสงสี และบรรยากาศสนุกสนานที่จะชวนให้คุณหัวใจพองโตไปกับเทศกาลนี้ คำว่า “คริสต์มาส“ เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า “บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า” เข้าสู่ช่วงเดือนธันวาคมทีไรจะต้องนึกถึงเทศกาลอันแสนอบอุ่น และโรแมนติกที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสนุกสนาน ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็จะเห็น ไฟหลากสี ต้นคริสมาสต์ อุปกรณ์ตกแต่งนานาชนิด กระทั่งเสียงเพลงคลอไปตามทางเดิน ไม่ว่าจะเป็นที่ห้าง ร้านอาหาร วิทยุ ชวนให้เราหวนนึกถึงวัยเด็กแล้วก็หยุดอมยิ้มกับบบรรยากาศน่ารักๆแบบนี้แทบไม่ไหว ไม่แปลกใจที่มีหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอเทศกาลนี้กันอย่างใจจดใจจ่อ ประเทศไทยอาจจะไม่ได้อินกับประเทศนี้เท่าไหร่นัก เราเลยอยากหาบรรยากาศของต่างประเทศที่คิดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่ง Bucketlist ที่ต้องรีบจดกันเอาไว้เลย เพราะรับรองว่าฟินแน่นอน 1.  กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เวียนนาเป็นหนึ่งสถานที่ที่ดีที่สุดในทวีปยุโรป เมื่ออยากมาเยี่ยมชมวันคริสมาสต์ โดยเริ่มตั้งแต่ปลายปีพฤศจิกายน สถานที่ต่างๆในกรุงเวียนนาจะถูกเนรมิตให้มีการตกแต่งไปอุปกรณ์วันคริสมาสต์ รวมถึงเปลี่ยนจตุรัส และสถานที่ท่องเที่ยวให้กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการฉลองเทศกาลวันคริสต์มาส ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข โดยตลาดคริสมาสต์มีอยู่หลายทีที่ควรไปเสพบรรยากาศดีๆ แถมยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เหมาะกับคู่รักที่ชวนกันไปเดินเล่นเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศตึกรางบ้านช่องที่สุดแสนจะโรแมนติก แนะนำให้ไปที่ตลาด Rathausplatz เรียกได้ว่าเป็นสถานที่แนะนำที่ควรไป เพราะจัดเป็นหนึ่งในตลาดคริสมาสต์ที่สวยที่สุดในยุโรปเชียวนะ ซึ่งเป็นตลาดคริสมาสต์แบบดั้งเดิม เต็มไปด้วยแผงร้านค้าหลากหลายชนิดให้เลือกสรรมากกว่า 100 ร้านค้า สินค้าจะเป็นพวกของตกแต่งต้นคริสมาสต์ ของขวัญแฮนเมด อาหาร และขนมลูกกวาดหลากสี ท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็นของเดือนธันวาคม 2. Lapland, Finland เป็นอีกดินแดนในฝันของใครหลายคน ที่ถูกจดเอาไว้เป็นRead More

-->

3 มุมมองความเชื่อที่คนเกาหลีมีต่อเทศกาลคริสต์มาส

สวัสดีค่ะน้องๆ นักอ่านในเว็บเด็กดีทุกคน ^^ เริ่มเข้าสู่เดือนธันวาคมอย่างนี้พี่หวานก็ไม่พลาดที่จะหาเรื่องน่าสนใจเกี่ยกับเทศกาลต่างๆ ที่ต่อคิวในเดือนนี้มาฝาก อีกไม่นานเทศกาลคริสต์มาสก็จะมาถึง นี่เป็นเทศกาลที่พี่หวานชอบมากๆ เลยค่ะ ในตอนเเรกคิดว่าจะนำเสนอเทศกาลคริสต์มาสของหลายๆ ประเทศเเต่คงดูจำเจเกินไป ก็เลยเลือกเจาะจงที่เทศกาลคริสต์มาสของเกาหลีไปเลยค่ะ เพราะพี่หวานเองก็พอจะเคยได้ยินเรื่องราวเเละได้เรียนรู้ความเชื่อของคนเกาหลีมาบ้าง วันนี้ก็เลยอยากจะลองเขียนเรื่อง รวมมุมมองความเชื่อที่คนเกาหลีมีต่อเทศกาลคริสต์มาส ก่อนอื่นต้องเกริ่นเลยว่าสาเหตุที่เทศกาลคริสต์มาสเป็นเทศกาลที่คนเกาหลีให้ความสำคัญอาจจะเป็นผลมาจากการที่ประเทศเกาหลีมีคนนับถือศาสนาคริสต์มากที่สุด จึงเล็งเห็นความสำคัญในวันประสูติของพระเยซูเเละมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ตามมาด้วย เเน่นอนว่าแทบทุกประเทศทั่วโลกรับรู้ถึงที่มาของวันคริสต์มาสเเละมีความเชื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เเต่ถึงอย่างนั้นเเล้วก็ใช่ว่าคนเกาหลีจะไม่มีความคิดความเชื่อในเเบบของตัวเองนะคะ วันนี้พี่หวานก็เลยสรุปความคิดความเชื่อของคนเกาหลีที่มีต่อเทศกาลคริสต์มาสมาให้แล้วค่ะ สมัยก่อนคนเกาหลีจะไม่ออกจากบ้านในวันคริสต์มาส  สำหรับข้อเเรกก็คงสร้างความแปลกใจให้หลายคนได้เเล้วใช่มั้ยคะ เพราะปัจจุบันเทศกาลคริสต์มาสของเกาหลีก็ติดอันดับเป็นที่พูดถึงอยู่บ้างในเรื่องของบรรยากาศที่สวยงามน่าไปท่องเที่ยว ประดับด้วยแสงไฟสว่างไสว รวมไปถึงการเปิดเพลงประจำวันคริสต์มาส ที่ทำให้บ้านเมืองไม่เงียบเหงาด้วย เเต่เมื่อลองหาข้อมูลพี่หวานก็ได้พบว่าในสมัยก่อนเมื่อนานมาเเล้วมากๆๆ เรียกได้ว่ายังเป็นเกาหลียุคเก่าอยู่เลยค่ะ คนเกาหลีไม่ได้มีการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสกันใหญ่โตอย่างนี้ ทุกถนนหนทางจะมีเเต่ความเงียบเชียบผู้คนจะอยู่ฉลองเเละระลึกถึงพระเยซูในบ้านของตนเอง เเต่ต่อมาเมื่อยุคสมัยเริ่มเปลี่ยน ความเจริญของวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามามีอิทธิพล คนเกาหลีจึงตระหนักว่าวันคริสต์มาสนั้นมีเเค่วันเดียวไม่ควรที่จะระลึกถึงพระเยซูอยู่เงียบๆ ในบ้านของตนเองเท่านั้น จึงเริ่มมีการรวมตัวพบปะผู้คนฉลองกันอย่างรื่นเริงเเละที่สำคัญก็คือผู้คนนำวัฒนธรรมการดื่มเพื่อเฉลิมฉลองมาใช้ในวันคริสต์มาสนี้ด้วย เเละหลังจากนั้นมาคนเกาหลีก็เริ่มให้ความสำคัญเเละยกให้วันคริสต์มาสเป็นอีกวันหนึ่งในปฏิทินที่สำคัญไปโดยปริยาย เเต่สำหรับเรื่องที่สมัยก่อนคนเกาหลีไม่ออกจากบ้านตามเทศกาลนี่พี่หวานไม่แปลกใจเลยค่ะ เพราะเห็นอยู่บ่อยๆ ว่าเวลามีเทศกาลสำคัญเช่นวันหยุดต่างๆ ร้านค้าเเทบทั้งหมดก็จะปิดเพื่อฉลองเเละพักผ่อน อย่างวันชูซอกนั่นเงียบกันทั้งเมืองจริงๆ ค่ะ ใครไปเที่ยวช่วงนั้นต้องฝากท้องไว้ที่มินิมาร์ทกันเลยทีเดียว ถ้าคบกันตั้งเเต่วันที่ 17 กันยายน จะมาครบ 100 วันในวันคริสต์มาสพอดี เป็นอีกข้อที่เหมือนจะดูไม่มีอะไร เเต่บอกเลยค่ะว่าเกาหลีเป็นประเทศเเห่งคู่รักที่ให้ความสำคัญอย่างมากในการนับวันเเละจดจำวันครบรอบต่างๆ ไม่ใช่เเค่ผู้หญิงเท่านั้นเเต่เหล่าคุณผู้ชายก็ให้ความสำคัญกับวันเหล่านี้ด้วยเช่นกัน(เพราะถ้าไม่สนใจคงโดนแฟนงอนเอาได้) พี่หวานจึงเห็นว่าคนเกาหลีนับเอาวันที่ 17 กันยายนเป็นวันบอกรักเเละตกลงคบกัน เพื่อที่จะเริ่มนับ 1 เเละมาครบรอบRead More

-->

มารู้จักเทศกาล Christmas กันเถอะ

JINGLE BELLS, JINGLE BELLS, JINGLE ALL THE WAY WE WISH YOU A MERRY CHRISTMAS ………. AND A HAPPY NEW YEAR ได้ยินเพลงนี้แล้วคุณนึกถึงเทศกาลอะไรกันค่ะ แน่นอนหากได้ยินเพลงนี้พร้อมมีลมหนาวพัดมาล่ะก็แสดงว่าเราเข้าสู่เทศกาล Christmas  กันแล้วล่ะค่ะ หลายท่านอาจจะทราบประวัติของวันคริสต์มาสกันมาบ้างแล้วแต่วันนี้ 65blogs จะพาทุกท่านมารู้จักกับวันคริสต์มาสนี้ให้มากขึ้นทั้งในเรื่องของประวัติวันคริสต์มาส ความเป็นมาขององค์ประกอบต่างๆในวันตริสต์มาส ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นมาชมไปพร้อมๆกันเลยค่ะ CHRISTMAS DAY Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณคือคำว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ซึ่งวันคริสต์มาส คือ การฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลบันทึกไว้ว่า พระเยซูประสูติในสมัยจักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัส แห่งโรมัน อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร แต่สาเหตุที่ใช้วันที่ 25 ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเยซูนั้น นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมันRead More

-->

7 จุดเช็คอินยอดฮิต กรุงเทพฯ ถ่ายรูป ดูไฟ ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ 2021

เทศกาลแห่งความสุขกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เป็นที่รู้กันดีว่า ในช่วงปลายปีเนี่ย จะมีเทศกาลเพื่อเฉลิมฉลองและต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ ตามห้างสรรพสินค้า ท้องถนน และสถานที่ต่างๆ จะประดับประดาไปด้วยแสงไฟ ต้นคริสมาสต์สวยๆ ที่เข้ากับบรรยากาศช่วงปลายปีมากที่สุด หากพลาดไปล่ะก็ เสียดายแย่เลยนะ เพราะปีหนึ่งมีครั้งเดียว จูงมือเพื่อน แฟน และคนในครอบครัว ออกไปชมแสงไฟสวยๆ ถ่ายรูปเก๋ๆ แล้วก็เช็คอินกันดีกว่า เช็คอินชิลล์ จะพาคุณไปชม 7 จุดเช็คอินยอดฮิต เมืองกรุง ถ่ายรูปสวย ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ 2021 ให้คุณได้ไปเก็บภาพความทรงจำ อัพลงโซเชียลกันอย่างมีความสุข เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับสถานที่ถ่ายรูปยอดฮิต ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ของทุกๆ ปี แลนด์มาร์คชื่อดัง ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร สถานที่ถ่ายรูปสุดฮิตของทุกเพศทุกวัย กับต้นคริสต์มาสยักษ์สุดอลังการบนลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ปีนี้มาในคอนเซ็ป “wOrld Of happiness at centralwOrld” เฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ไปกับดินแดนแห่งไฟสุดอลังการกว่า 3 ล้านดวง ครอบคลุมพื้นที่ลาน Square A กว่า 1,000 ตารางเมตร มีต้นคริสต์มาสที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความสูงมากกว่า 40 เมตร ตกแต่งด้วย Big O Light Circle ขนาดยักษ์รอบต้น แถมยังมีตัวการ์ตูนพิเศษที่ออกแบบโดยศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย คุณเบล whitepaperand เซลฟี่แบบRead More

-->