บทความ

Central Let’s Celebrate 2020 สัมผัสหิมะใจกลางกรุง ใต้ต้นคริสมาสต์ยักษ์ ที่เซ็นทรัลชิดลม

Let it Snow! สัมผัสหิมะใจกลางกรุงในงาน Central Let’s Celebrate 2020 เนรมิตพื้นที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ให้กลายเป็นดินแดนแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 Central Let’s Celebrate 2020 สัมผัสหิมะใจกลางกรุง ใต้ต้นคริสมาสต์ยักษ์ ที่เซ็นทรัลชิดลม งาน “Central Let’s Celebrate 2020” จัดขึ้นบริเวณโถงเปียโน ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ไฮไลท์คือ ต้นคริสต์มาสขนาดมหึมาสูง 30 เมตร เทียบเท่าตึก 7 ชั้น ประดับตกแต่งไฟสวยงามตระการตา แถมยังมีหิมะตกโปรยปรายใต้ต้นคริสมาสต์ ให้ทุกคนได้มาโพสถ่ายรูปท่ามกลางบรรยากาศที่คล้ายกับอยู่เมืองนอกเลยจริง ๆ โดยหิมะจะตกลงมาทุก ๆ 10 นาทีแรกของต้นชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00-20.00 น. พร้อมทั้งชมน่ารักของตัวการ์ตูนมาสค็อต ซานตาครอส สโนว์แมน และกวางเรนเดียร์ ตามด้วยโชว์โบโซ่บิดลูกโป่งธีมคริสต์มาส จากนั้นเป็นโชว์จากเหล่าทูตสวรรค์ตัวน้อย ที่จะส่งมอบความสุขให้กับทุกคนตลอดช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนี้

-->

ตำนานวันคริสต์มาส

คำว่า “คริสต์มาส” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า “บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า” ซึ่งพบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas เทศกาล Christmas หรือ X’Mas ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งวันที่ 25 ธันวาคมนั้นเป็นวันประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์ก็มีความเห็นที่ต่างออกไปโดยได้วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูซึ่งเปรียบเสมือนความสว่างของโลก และเหมือนดวงจันทร์เป็นความสว่างในตอนกลางคืนแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปีRead More

-->

23 กิจกรรมที่นิยมทำกันในเทศกาลวันคริสต์มาสของชนชาติที่พูดภาษาอังกฤษ

ความสำคัญของวันคริสต์มาส คริสต์มาส ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของเกือบทุกประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ และในอเมริกาก็เช่นเดียวกัน  นอกจากวันขอบคุณพระเจ้าแล้ว เทศกาลที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแม้จะมีความแตกต่างกันบ้างก็คือวันคริสต์มาส แม้มีชื่อว่าวันขอบคุณพระเจ้า แต่เทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าคือวันที่ผู้คนเฉลิมฉลองกันด้วยการรับประทานอาหารอร่อย ๆ ร่วมกับครอบครัว และถือเป็นเทศกาลของทางโลก (secular) ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับศาสนา  เทศกาลที่เกี่ยวกับความเชื่อและประเพณีทางศาสนาสำหรับหลาย ๆ คนคือ วันคริสต์มาส คริสต์มาส คือการเฉลิมฉลองวันประสูตรของพระเยซูซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมแห่งการเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาสก็ยังมีประเพณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา (secular) ด้วยเช่นกัน เช่น ซานตาคลอส การส่งการ์ดอวยพร และการให้ของขวัญ เป็นต้น ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับศาสนาหรือไม่ แต่เทศกาลวันคริสต์มาสก็แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ หรือแม้แต่ในแต่ละครอบครัวเลยก็ว่าได้ เพราะประเพณีนี้คือสิ่งที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสุ่รุ่น ซึ่งหมายถึงเด็ก ๆ จะเรียนรู้และเข้าใจการเฉลิมฉลองนี้จากพ่อแม่ และเมื่อโตขึ้นพวกเขาก็จะเฉลิมฉลองคริสต์มาสในแบบเดียวกันนี้กับลูก ๆ  ของพวกเขา และเป็นเช่นนี้สืบต่อกันไป แม้ประเพณีวันคริสต์มาสจะมีความแตกต่างกันไป แต่ก็ยังพอจะจัดหมวดหมู่ได้บ้างเหมือนกัน เราจะเริ่มด้วยญาติสนิทมิตรสหาย (family and friends) ก่อนจะย้ายไปร่วมรับประทานอาหาร (food) หลังจากทานกันอิ่มแล้วเราจะแสดงความเคารพและศรัทธา (faith) ในฐานะของคริสเตียนที่ดี  และสุดท้ายก็ต้องมีกิจกรรมร่วมสนุก (fun) อย่างที่ทุก ๆ คนนิยมทำกันในวันคริสต์มาส 23 สิ่งที่นิยมทำกันในเทศกาลคริสต์มาสของชนชาติที่พูดภาษาอังกฤษ Family and Friends (ญาติสนิทมิตรสหาย) เทศกาลคริสต์มาสถือเป็นเทศกาลแห่งการสังสรรค์ ผู้คนจะใช้เวลาไปกับการเฉลิมฉลองร่วมกับเพื่อนฝูงและครอบครัว 1. วันรวมญาติRead More

-->

8 จานเด็ด เทศกาลคริสต์มาสจากรอบโลก วันนี้เขากินอะไรกัน?

ประวัติการเฉลิมฉลองคริสต์มาสต์อย่างคร่าวๆ เริ่มจากทางประเทศตะวันตกเริ่มฉลองการประสูติของพระเยซู ในวันที่ 25 ธันวาคม ตั้งแต่ปี ค.ศ.354 เป็นอย่างช้า ที่สำคัญสิ่งที่น่าสนใจมากเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้นอาหารอร่อยๆ ในช่วงเทศกาลนี้ที่น่ากินทุกอย่าง แถมเป็นวัฒนธรรมที่น่ารู้มากๆ ครับ สำหรับอาหารในเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสนั้น ที่เรารู้กันดีว่าต้องมี ก็คือ “ไก่งวงอบ” เป็นพระเอกของโต๊ะนั่นเอง โดยชาวตะวันตกจะมีธรรมเนียมให้ชายผู้อาสุโสที่สุดของบ้าน เป็นคนตัดแบ่งไก่งวงให้แก่สมาชิกทุกคน บางบ้านอาจไม่ทำไก่งวงอบ แต่จะทำไก่งวงย่าง (Roast Tom Turkey King David) แทนก็ได้ ส่วนของหวานสุดฮิตจะเป็น “คริสต์มาสพุดดิ้ง” หรือก็คือเค้กผลไม้นั่นแหละครับ แต่พิเศษตรงที่ใช้วิธีนึ่งแทนการอบแบบปกติ เมื่อถึงเวลายกเสิร์ฟจะมีการราดบรั่นดีเล็กน้อย แล้วจุดไฟเพื่อเพิ่มความหอมให้กับพุดดิ้ง และในค่ำคืนนี้ เขาจะมีเครื่องดื่มสุดพิเศษประจำเทศกาล ได้แก่ “คริสต์มาสไวน์” ถือเป็นเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมในเทศกาลวันคริสต์มาสเช่นนี้มาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ในวันคริสต์มาสของทุกปีนั้นอยู่ในช่วงหน้าหนาว ชาวตะวันตกจึงนิยมดื่มไวน์ เพราะถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ในขณะที่อังกฤษเองนอกจากดื่มไวน์แล้ว ยังมี “วาสเซล” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มร้อนที่ผสมแอลกอฮอล์และเครื่องเทศ ไว้สำหรับดื่มในเทศกาลวันต์มาสนี้เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีวัฒนธรรมด้านอาหารในเทศกาลคริสต์มาสที่แต่ละประเทศมีไม่เหมือนกันด้วย เมนูประเทศไหนเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย 1. risalamande เริ่มกันที่เดนมาร์ก เริ่มต้นด้วยของหวานจานเด็ดที่มีชื่อว่าRead More

-->

คริสต์มาส 25 ธันวาคม เทศกาลแห่งความรื่นเริง มารู้จักที่มาของวันนี้กันเถอะ

เมื่อเอ่ยถึง วันคริสต์มาส (Christmas) หลายๆ คนคงนึกถึงคุณลุงซานตาคลอส หิ้วถุงของขวัญสีแดงใบใหญ่ นั่งรถที่ลากโดยกวางเรนเดียร์พร้อมกับบทเพลงจิงเกิลเบลส์ อ้าว แล้วคุณลุงท่าทางใจดีคนนี้เขามีความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ยังไงล่ะนี่ ? วันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยกันครับ คำว่า คริสต์มาส ภาษาอังกฤษเขียนว่า Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า “Christes Maesse” แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas สำหรับประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันเกิดของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัสแห่งโรมัน ทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็ขานรับนโยบาย อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่าพระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร คำทักทายที่เราได้ฟังบ่อย ๆ ในเทศกาลนี้คือ Merry Christmas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณแปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ เพราะฉะนั้นคำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่นขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจเนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสนั่นเองครับ วันคริสต์มาสนั้นเป็นวันที่ชาวคริสต์เฉลิมฉลอง ถือเป็นช่วงเวลาแห่งงานรื่นเริง การมอบความรักให้แก่กัน วันแห่งครอบครัว และการร่วมกลุ่มกัน ในงานรื่นเริงนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการฉลองวันคริสต์มาส เรื่องราวที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาส นั้นได้มีการกล่าวไว้ในคัมภีร์ไบเบิลโดยคำสอนของนักบุญลุกซ์ และนักบุญ แมททิว ในขณะที่เกิดพายุขึ้น โจเซฟและแมรี่ได้พยายามหาที่กำบัง จนกระทั่งมาถึงเมืองเบธเลเฮม ได้พบกับเจ้าของโรงแรมในเมืองนั้นแต่ไม่มีห้องว่างเลย เขาจึงได้ให้ทั้งสองนั้นไปพักอยู่ที่คอกสัตว์ และหลังจากนั้นพระเยซูก็ได้ประสูติ มีดวงดาวปรากฏขึ้นอยู่เหนือคอกสัตว์ที่ทั้งสองนั้นได้พักอยู่Read More

-->

เทศกาลคริสต์มาสสุดอลังแห่งโยโกฮาม่า ณ โกดังอิฐแดง

กลับมาอีกครั้งกลับเทศกาลคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองโยโกฮาม่า ซึ่งครั้งที่ 8 จัดใหญ่จัดหนักอลังการงานสร้างขึ้นกว่าเก่า ด้วยการเนรมิตลานโกดังอิฐแดงอันเลื่องชื่อให้เป็นเสมือนคริสต์มาสบรรยากาศประหนึ่งมาเยือนยังเมืองโคโลญจน์ในประเทศเยอรมัน ตรงกลางโดดเด่นด้วยต้นคริสต์ที่เป็นต้นสนแท้ๆมีความสูงประมาณ 12 เมตรประดับประดาอย่างหรูหรา อีกทั้งการประดับประด้วยไฟสว่างไสวอยู่เต็มพื้นที่ทำให้งดงามจนแทบลืมหายใจ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกและเต็มไปด้วยความคึกคัก จากการการออกร้านอาหาร ของที่ระลึกแบบสไตล์เยอรมันแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ร้อน เบียร์สดจากเมืองมิวนิค และไส้กรอกเยอรมันที่รสชาติแบบดั้งเดิม รวมไปถึงสินค้าเก๋ๆอีกมากมายที่ให้คุณได้เดินช็อปกันแบบลืมหนาว เทศกาลนี้ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาเห็นได้จากจำนวนผู้เข้าชมงานปีที่แล้วที่มีมากถึงกว่า 800,000 คน และเชื่อว่าปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก นับได้ว่าเป็นเทศกาลคริสต์มาสที่ให้ความรู้สึกประหนึ่งเข้ามาสู่เทพนิยายในฝันเลยทีเดียว

-->

ฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับ 7 งานอีเว้นท์น่าชวนคนรู้ใจไปเดิน

เข้าสู่ช่วงเวลาที่ใครหลายๆ คนน่าจะตั้งตารอคอยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นช่วงเวลาของเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่นั่นเอง ถึงแม้ว่าที่ประเทศไทยจะไม่มีหิมะสีขาวๆ ตกมาให้เราๆ ได้ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกัน แต่การออกไปหาสถานที่สวยๆ หรือไปเดินดูของขวัญตามงานต่างๆ ก็เป็นกิจกรรมที่ทุกคนตั้งตารอคอย ZipEvent ได้รวบรวมงานอีเว้นท์งานคริสต์มาสมาฝาก ไม่ว่าจะเป็นงานช้อปปิ้ง เดินเล่น ถ่ายรูป ก็มีให้เลือกกันหลากหลาย ใครถูกใจงานไหน รีบชวนคุณแฟนหรือคุณเพื่อนไปเดินกันได้เลย : ) Gift Fest & Food Garden by Thailand Bestbuys 13 – 17 ธ.ค. 10.00 – 20.00 น. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังจากจัดงานแสดงสินค้าหลากหลายประเภทผ่านมาอย่างคึกคักตั้งแต่ต้นปี ทั้งกลุ่มท่องเที่ยว กีฬา สุขภาพ สัตว์เลี้ยง ฯลฯ ตอนนี้ได้ข่าวว่าเจ้าแม่งานแฟร์อย่างมาดามหน่อง บุษยา ประกอบทอง แห่ง “นีโอ” เตรียมจัดใหญ่อีกงานส่งท้ายปลายปี Gift Fest & Food Garden by ThailandRead More

-->

เทศกาลคริสต์มาสสุดอลังแห่งโยโกฮาม่า ณ โกดังอิฐแดง

กลับมาอีกครั้งกลับเทศกาลคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองโยโกฮาม่า ซึ่งครั้งที่ 8 จัดใหญ่จัดหนักอลังการงานสร้างขึ้นกว่าเก่า ด้วยการเนรมิตลานโกดังอิฐแดงอันเลื่องชื่อให้เป็นเสมือนคริสต์มาสบรรยากาศประหนึ่งมาเยือนยังเมืองโคโลญจน์ในประเทศเยอรมัน ตรงกลางโดดเด่นด้วยต้นคริสต์ที่เป็นต้นสนแท้ๆมีความสูงประมาณ 12 เมตรประดับประดาอย่างหรูหรา อีกทั้งการประดับประด้วยไฟสว่างไสวอยู่เต็มพื้นที่ทำให้งดงามจนแทบลืมหายใจ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกและเต็มไปด้วยความคึกคัก จากการการออกร้านอาหาร ของที่ระลึกแบบสไตล์เยอรมันแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ร้อน เบียร์สดจากเมืองมิวนิค และไส้กรอกเยอรมันที่รสชาติแบบดั้งเดิม รวมไปถึงสินค้าเก๋ๆอีกมากมายที่ให้คุณได้เดินช็อปกันแบบลืมหนาว เทศกาลนี้ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาเห็นได้จากจำนวนผู้เข้าชมงานปีที่แล้วที่มีมากถึงกว่า 800,000 คน และเชื่อว่าปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก นับได้ว่าเป็นเทศกาลคริสต์มาสที่ให้ความรู้สึกประหนึ่งเข้ามาสู่เทพนิยายในฝันเลยทีเดียว เทศกาลคริสต์มาสสุดอลังแห่งโยโกฮาม่า ณ โกดังอิฐแดง เทศกาลคริสต์มาส วันคริสต์มาส

-->

6 เมืองในฝัน ที่คนรัก ‘เทศกาลคริสต์มาส’ ต้องฟิน

‘คริสมาสต์ (Christmas)’ เทศกาลที่จะพาคุณอบอุ่นหัวใจไปกับความโรแมนติกปนสนุก มีทั้งแสงสี และบรรยากาศสนุกสนานที่จะชวนให้คุณหัวใจพองโตไปกับเทศกาลนี้ คำว่า “คริสต์มาส“ เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า “บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า” เข้าสู่ช่วงเดือนธันวาคมทีไรจะต้องนึกถึงเทศกาลอันแสนอบอุ่น และโรแมนติกที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสนุกสนาน ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็จะเห็น ไฟหลากสี ต้นคริสมาสต์ อุปกรณ์ตกแต่งนานาชนิด กระทั่งเสียงเพลงคลอไปตามทางเดิน ไม่ว่าจะเป็นที่ห้าง ร้านอาหาร วิทยุ ชวนให้เราหวนนึกถึงวัยเด็กแล้วก็หยุดอมยิ้มกับบบรรยากาศน่ารักๆแบบนี้แทบไม่ไหว ไม่แปลกใจที่มีหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอเทศกาลนี้กันอย่างใจจดใจจ่อ ประเทศไทยอาจจะไม่ได้อินกับประเทศนี้เท่าไหร่นัก เราเลยอยากหาบรรยากาศของต่างประเทศที่คิดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่ง Bucketlist ที่ต้องรีบจดกันเอาไว้เลย เพราะรับรองว่าฟินแน่นอน 1.  กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เวียนนาเป็นหนึ่งสถานที่ที่ดีที่สุดในทวีปยุโรป เมื่ออยากมาเยี่ยมชมวันคริสมาสต์ โดยเริ่มตั้งแต่ปลายปีพฤศจิกายน สถานที่ต่างๆในกรุงเวียนนาจะถูกเนรมิตให้มีการตกแต่งไปอุปกรณ์วันคริสมาสต์ รวมถึงเปลี่ยนจตุรัส และสถานที่ท่องเที่ยวให้กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการฉลองเทศกาลวันคริสต์มาส ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข โดยตลาดคริสมาสต์มีอยู่หลายทีที่ควรไปเสพบรรยากาศดีๆ แถมยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เหมาะกับคู่รักที่ชวนกันไปเดินเล่นเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศตึกรางบ้านช่องที่สุดแสนจะโรแมนติก แนะนำให้ไปที่ตลาด Rathausplatz เรียกได้ว่าเป็นสถานที่แนะนำที่ควรไป เพราะจัดเป็นหนึ่งในตลาดคริสมาสต์ที่สวยที่สุดในยุโรปเชียวนะ ซึ่งเป็นตลาดคริสมาสต์แบบดั้งเดิม เต็มไปด้วยแผงร้านค้าหลากหลายชนิดให้เลือกสรรมากกว่า 100 ร้านค้า สินค้าจะเป็นพวกของตกแต่งต้นคริสมาสต์ ของขวัญแฮนเมด อาหาร และขนมลูกกวาดหลากสี ท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็นของเดือนธันวาคม 2. Lapland, Finland เป็นอีกดินแดนในฝันของใครหลายคน ที่ถูกจดเอาไว้เป็นRead More

-->

Merry Christmas 15 สถานที่เที่ยววันคริสต์มาส คริสต์มาสนี้เที่ยวไหนดีนะ

เข้าใกล้เข้ามาแล้วกับเทศกาลคริสต์มาส อีกหนึ่งเทศกาลที่คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญเราจึงขอแนะนำ 15 สถานที่ท่องเที่ยวต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่ต้องสัมผัสสักครั้งในชีวิต คริสต์มาสเที่ยวไหนดี ? 1.Lapland (Finland) พิกัด : Lapland คริสต์มาสเที่ยวไหนดี ? ถ้าพูดถึงเทศกาลคริสต์มาสต้องนึกถึงที่นี่เลยกับประเทศฟินแลนด์ ที่ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์มีความเชื่อกันว่ามี ซานตาคลอส ตัวจริงอาศัยอยู่ที่เมือง Rovaniemi ใน แลปแลนด์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นแหล่งดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวให้เดินไปพบเขาและยังสามารถช่วยแจกของในเทศกาลคริสต์มาสหรืออาจจะอยากทำให้ความฝันในวัยเยาว์เป็นจริงขึ้นมาก็ได้นั่นก็คือไปขอของขวัญจากคุณลุงซานตาคลอส ที่นี่จะมีผู้คนมากมายต่างเฝ้ารอการมาของซานต้าอยู่หน้าบ้านเป็นจำนวนมากในวันเทศกาล หรืออีกทางเลือกหนึ่งให้ไปที่ เมือง Kuusamo เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่ไม่ชอบเบียดเสียดผู้คน และต้องการสัมผัสกับความหนาวยะเยือกของหิมะแต่กลับอบอุ่นด้วยเตาผิงอันน้อยในค่ำคืนแห่งความสุข 2. Nuremberg (Germany) พิกัด : Nuremberg ในเทศกาลคริสมาสต์ มีอยู่เมืองนึงที่ถูกขานนามว่าเป็นเมืองคริสมาสต์หมายเลข 1 แห่งประเทศเยอรมนีนั้นคือ นูเรมเบิร์ก ซึ่งทุกปีผู้คนจำนวนมากพากันออกมาจับจ่ายซื้อของ เพื่อเฉลิมฉลอง ไฮไลท์ คือตลาดคริสต์มาส ที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นอบเชย เหล้าองุ่น อัลมอนด์คั่ว และไส้กรอกสูตรเฉพาะหรือจะเป็นบ้าน Volfshera ซึ่งจะจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ของวันคริสต์มาส โดยแต่ละปีจะนำเสนอเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับเทศกาลเฉลิมฉลองของคริสต์มาส เหมาะสำหรับใครที่ไม่ชอบความพลุกพล่านก็สามารถมาหาความสงบได้ หรือจะเป็นที่ Dresden ก็สวยไม่แพ้กันที่นี่รวมความแตกต่างของตลาดคริสมาสต์ มาเข้าด้วยกันมีทั้งเสียงดนตรีและเสียงการเฉลิมฉลองทำให้รู้สึกเข้าถึงบรรยากาศเทศกาลคริสมาสต์ 3. Vienna (Austria) พิกัด : Vienna เวียนนาเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในยุโรปสำหรับเทศกาลคริสมาสต์ ตั้งอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เป็นเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในจัตุรัสใจกลางกรุงเวียนนาจะกลายเป็นตลาดคริสมาสต์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักและมีกลิ่นอายของความดั้งเดิม เทศกาลคริสมาสต์ในกรุงเวียนนาเปรียบเสมือนเวทมนต์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในหนึ่งปี มีการตกแต่งเต็มไปด้วยต้นเคริสมาสต์ ของขวัญคริสมาสต์Read More

-->