บทความ

ความจริง 39 ประการ ที่ได้เรียนรู้จาก เทศกาลคริสต์มาส และงานปีใหม่

อีเมล์ขำๆ ที่ส่งต่อมา อ่านทีไรก็พยักหน้างึกงักเห็นด้วย ปล. มีคำเตือนก่อนอ่าน – ลิสต์นี้ทำไว้เพื่อให้คนคลายเครียด ไม่ใช่ให้เครียดมากยิ่งขึ้น ถือซะว่าเอาไว้อ่านเพลินๆ กันนะฮะ เทศกาลคริสต์มาส และงานปีใหม่ 1. เราไม่เคยเห็นโรงเรียนหรือสถานที่ราชการไหนจัดงานปีใหม่ตรงกับวันที่ 1 มกราคมเลยซักที่ 2. เครื่องประดับวันคริสมาสต์ไม่ได้ให้อะไรคุณมากไปกว่า แสงสีสวยงาม เงาประดับ และเวลาอีกชั่วโมงที่คุณต้องเก็บกวาดหลังจากหมดเทศกาล 3. ที่บ้านไม่ได้ประดับเครื่องประดับวันคริสมาสต์ก็ไม่ตายหรอก 4. การที่ผมไม่ได้มีเครื่องประดับวันคริสมาสต์ ไม่ได้หมายความว่าผมเชยซะหน่อย 5. เราไม่เคยเห็นห้างไหนเอาเครื่องประดับวันคริสต์มาส มาขายช่วงเดือนมิถุนาเลยซักที่ -_-! 6. เพลงยอดฮิตที่จะเปิดตามห้าง และสถานที่ราชการ แม้แต่โรงเรียนของคุณๆในช่วงเทศกาลคริสต์มาสคือ Jingle bells และ We wish you a merry Christmas. 7. ถ้าคุณอยากจะให้เทศกาลคริสต์มาส และอื่นๆ ที่เป็นวัฒนธรรมของต่างประเทศหมดไปจากประเทศไทย บางทีคุณอาจจะกำลังนอนหลับอยู่ก็เป็นได้ 8. คำว่าเทศกาล คริสต์มาส อาจเปลี่ยนเป็น คิดมาก ก็ได้ ถ้าคุณไม่มีปัญญาจะแต่งบ้านของคุณด้วยเครื่องประดับตามสมัยนิยม 9. เราไม่เคยเห็นคำว่าRead More

-->

7 ธรรมเนียมวันคริสต์มาส

ความสำคัญของวันคริสต์มาสวันคริสต์มาส เป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองวันประสูตรของพระเยซูตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ในต่างประเทศที่มีผู้คนนับถือศาสนาคริสต์ จะถือว่าเอาช่วงเวลานี้เป็นวันหยุดยาว เพื่อให้ชาวคริสต์ได้กลับไปใช้ชีวิต พบปะ สังสรรค์และได้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวของพวกเขาในช่วงเวลาสำคัญแห่งปีนั้นเอง  และแน่นอนวันคริสต์มาสก็ทำให้เกิดประเพณี หรือวัฒนธรรมปฏิบัติเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการห้อยถุงเท้า การตกแต่งต้นคริสต์มาส แต่ละประเพณีมีความสำคัญอย่างไร วันนี้เฮเฟเล่จะพาไปรู้กัน   7 ธรรมเนียมวันคริสต์มาส (ฉบับออริจินอล)  1. การแขวนถุงเท้า ( HANGING STOCKINGS) เมื่อถึงช่วงเวลาวันคริสต์มาสอีฟ นิยมนำถุงเท้ายาวไปห้อยไว้ที่หน้าเตาผิง หรือที่ต้นคริสต์มาส เพราะเชื่อกันว่าซานตาครอสจะนำของขวัญที่อยากได้มาใส่ไว้ในถุงเท้านั่นเอง  แต่ความเป็นจริงแล้ว ที่มาของการแขวนถุงเท้ามาจาก ความเชื่อที่ว่า การวางหญ้าแห้งไว้ในรองเท้า เมื่อนักบุญนิโคลัส (ซานต้าคลอสคนแรก) เดินทางผ่านมา จะนำหญ้าแห้งมาเป็นอาหารให้กับลาของเขา  และจะทิ้งเหรียญเงินไว้ในรองเท้าเพื่อเป็นการตอบแทนนั้นเอง  หรือบางความเชื่อก็ว่า มีพี่น้อง 3 คน ฐานะยากจน ไม่มีเงินกระทั่งจะต้องไปทำงานโสเภณี เรื่องรู้ถึงนักบุญนิโคลัส จึงได้นำเหรียญทองไปหยอดลงปล่องไฟ แต่เหรียญกลับตกลงไปในถุงเท้าของ 3 พี่น้องที่แขวนไว้หน้าปล่องไฟ รุ่งเช้าเมื่อ 3 พี่น้องมาเจอเหรียญ ทำให้พวกเธอดีใจ และเลิกล้มความคิดที่จะไปเป็นโสเภณี ต่อมาก็มีผู้คนมากมายแขวนถุงเท้าคริสต์มาสไว้ โดยหวังว่าจะได้รับของขวัญในลักษณะเดียวกันบ้าง  Read More

-->

5 ประเพณีวันคริสต์มาส และความจริงที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้

สวัสดีทุกคนนน ช่วงวันคริสต์มาสแบบนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ตกแต่งต้นคริสต์มาสในบ้าน ตกแต่งบ้านด้วยไฟสวย ๆ และเอนจอยไลฟ์กับอากาศชิลล์ ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าเทศกาลคริสต์มาสเองก็มีสิ่งที่ถูกทำต่อ ๆ กันมาจนกลายเป็นประเพณีประจำวันคริสต์มาสไปแล้ว! วันนี้เราจะพาไปดูกันว่ามีประเพณีวันคริสมาสอะไรบ้าง และประเพณีคริสต์มาสเหล่านั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะอะไร ตามมาเล้ยยย ต้องบอกก่อนว่าวันคริสต์มาสเนี่ย เป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองวันเกิดของจีซัส (Jesus) หรือพระเยซูเจ้า ที่เชื่อกันว่าเป็นลูกชายของพระเจ้านั่นเอง ถือว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนาคริสต์เลยแหละ ในต่างประเทศที่มีผู้คนนับถือศาสนาคริสต์เยอะ ๆ ก็จะถือว่าตั้งแต่ช่วงวันคริสต์มาสอีฟไปจนถึงปีใหม่ จะเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ต้องหยุดงาน เพื่อให้ชาวคริสต์ได้กลับไปใช้ชีวิต พบปะ สังสรรค์และได้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวของพวกเขาในช่วงเวลาสำคัญแห่งปีแบบนี้ และแน่นอนว่าวันคริสต์มาสก็ทำให้เกิดประเพณีหรือธรรมเนียมปฏิบัติเยอะแยะมากมาย อย่างการห้อยถุงเท้า, การกินพาย และการแลกของขวัญ แต่ละสิ่งมีความสำคัญอย่างไร ไปดูกันดีกว่า 1. ห้อยถุงเท้ายาวไว้หน้าเตาผิง เมื่อถึงเวลาของวันคริสต์มาสอีฟ ประเพณีวันคริสมาสที่เด็ก ๆ มักจะทำเสมอก็คือการนำถุงเท้ายาวไปห้อยไว้ที่หน้าเตาผิง หรือที่ต้นคริสต์มาส เพราะเชื่อกันว่าซานตาครอสจะนำของขวัญที่อยากได้มาใส่ไว้ในถุงเท้าเหล่านี้นั่นเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วประเพณีวันคริสมาสนี้เกิดขึ้นจากประเพณีเก่าแก่อย่างหนึ่งนั่นคือ การวางหญ้าแห้งไว้ในรองเท้าในคืนวันที่ 5 ธันวาคม เพราะเชื่อว่าหากนักบุญนิโคลัสผ่านมา หญ้าแห้งที่พวกเขาทิ้งไว้ก็จะกลายเป็นอาหารของลาที่ท่านใช้ในการสัญจร และนักบุญนิโคลัสก็จะทิ้งเหรียญเงินเอาไว้ให้ในรองเท้าเป็นการตอบแทน และมีเรื่องเล่าว่าบ้านหลังหนึ่งมีหญิงสาวสามคนเป็นพี่น้องกันและยากจนมาก นักบุญนิโคลัสก็ทิ้งเหรียญทองไว้ให้ คืนหนึ่งพวกเธอเอาถุงเท้าทีม่ีเหรียญทองไปตากให้แห้งตรงปล่องไฟ เมื่อซาตาครอสเข้ามาจึงทิ้งเหรียญทองไว้ให้มากมาย หลังจากนั้นมาเด็ก ๆ จึงห้อยถุงเท้ายาวไว้ที่เตาผิงไฟ เพราะหวังว่าหากซานตาครอสผ่านมาRead More

-->

ทำไมต้อง Xmas? และศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับวันคริสต์มาส

Merry Christmas. แต่บางครั้งเราเจอ Merry Xmas. เอ๊ะ! Xmas คืออะไร มาจากไหน ทำไมต้อง Xmas? และศัพท์น่ารู้วัน Christmas Day ภาษาอังกฤษบวกวัฒนธรรมที่จะทำให้ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเจ้าของภาษา มาดูกันเลย เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าวันคริสต์มาส (Christmas Day) ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งคริสตศาสนิกชนจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู (แม้ว่าจะไม่ตรงกับวันเกิดจริง ๆ ของพระเยซู แต่เลือกวันนี้เพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลโรมัน) ชาวคริสต์จะให้ความสำคัญกับวันคริสต์มาสเป็นอย่างมาก โดยมีการจัดเทศกาลยาวนานถึง 12 วันเลยทีเดียว นอกจาก Christmas บางครั้งเราได้เจอคำว่า Xmas ด้วย ซึ่งเป็นอันเข้าใจว่าหมายถึงวันคริสต์มาส แต่คำนี้มีที่มาอย่างไร ทำไมถึงใช้ Xmas กันล่ะ? Xmas มาจากไหน? Xmas เป็นคำย่อของ Christmas ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดย X มาจากตัวอักษรกรีก Χ ออกเสียงว่า “ไค” (chi) ซึ่งมีลักษณะคล้ายตัวRead More

-->

ส่ง “ต้นคริสต์มาสแห่งเอกภพ” ฉลองเทศกาลความสุข

สดร.ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขผ่าน “ต้นคริสต์มาสแห่งเอกภพ” ผลงานภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ไทย 0.7 เมตร ที่ออสเตรเลีย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสส่งความสุขจากห้วงอวกาศ ด้วยภาพ “เนบิวลาคริสต์มาสแห่งเอกภพ” เนบิวลาสีแดงขนาดใหญ่เกิดจากแก๊สไฮโดรเจนในอวกาศ ประดับด้วยลูกบอลสีฟ้าแวววาวจากแสงของดาวฤกษ์เกิดใหม่และเนบิวลาขนสุนัขจิ้งจอก หนึ่งในผลงานจากกล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ของ สดร. ณ หอดูดาวสปริงบรูค ประเทศออสเตรเลีย “NGC 2264” เป็นชื่อเรียกรวม ๆ ของวัตถุในภาพ ประกอบด้วย เนบิวลาแบบเรืองแสง (Emission Nebula) และกระจุกดาวเปิด (Open Cluster) ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นกระจุกดาวอายุน้อยและมีความสว่างมาก อยู่ในกลุ่มดาวยูนิคอร์น (Monoceros) ห่างจากโลกประมาณ 2,600 ปีแสง แสงสีแดงในภาพเกิดจากไฮโดรเจนในอวกาศดูดซับพลังงานจากดาวฤกษ์รอบๆ แล้วปลดปล่อยแสงออกมาในช่วงคลื่นเฉพาะ เรียกว่า “ไฮโดรเจนแอลฟา” เนบิวลานี้จึงมีสีแดงสว่างโดดเด่น เรียกเนบิวลาประเภทนี้ว่า “เนบิวลาเรืองแสง” ลักษณะการเรียงตัวของกระจุกดาว มีดาวสว่างสีฟ้าและสีขาวเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยม คล้ายต้นคริสต์มาส จึงเรียกว่า “กระจุกดาวต้นคริสต์มาส (ChristmasRead More

-->

8 ประเทศ ที่ก่อนตายต้องไปเยือนเทศกาลคริสต์มาส ให้ได้

“คริสมาสต์วันประเสริฐ แจ่มเจิดหัวใจสดชื่น เชิญพี่น้องมาเริงรื่น ให้ครื้นเครงใจสุขล้น” ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีอย่าง เทศกาลคริสต์มาส ที่ทุกๆ ปีแต่ละจะมีการประดับประดาไฟตามท้องถนน อาคารต่างๆ คราวนี้เรามาดูประเทศที่ขึ้นชื่อว่า ต้องไปดูไฟ และเฉลิมฉลองคริสมาสต์ก่อนตาย ให้ได้เลยทีเดียว กรุงปราก , สาธารณรัฐ เช็ก ว่ากันว่าในช่วงที่อบอุ่นที่สุดของฤดูหนาว ปราก ก็ยังคงมีหิมะตก ดังนั้นจินตนาการได้เลยว่าในยามค่ำคืนของที่นี่แสงไฟจะตกกระทบกับสีขาวของหิมะ ให้ความสวยงามและหนาวเหน็บตลอดเส้น ซึ่งทุกแห่งหนจะมีเหล้าองุ่นขายเพื่อคลายอาการสั่นสยิว ผู้คนที่นี่นิยมประดับประดาต้นไม้ไว้ในถัง และร่วมกันบริจาคอุปกรณ์ตกแต่งให้กลายเป็น Bethlehem ดินแดนแห่งพระประสูติกาลขององค์พระเยซูคริสต์ อันสเตอร์ดัม , เนเธอร์แลนด์ บ้านเกิดของนักบุญ เซนต์นิโคลัส หรือที่ทั้งโลกรู้จักกันในชื่อ ซานตาคลอสนั่นเอง ซึ่งในทุกปีที่สะพานหลักของเมืองจะจัดงานเทศกาลไฟประดับ และใครอยากจะขอพรให้สมประสงค์ แนะนำให้มุ่งตรงไปที่ พิพิธภัณฑ์ Amstelkring หรือ โบสถ์แห่งความลับ ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่าน Red Light Christmas On A Great Street 2018-2019 , สิงคโปร์ Christmas On A GreatRead More

-->

คริสต์มาสกับคนไทย

โดยปกติแล้วคนไทยเป็นกลุ่มชนที่รักความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมและประเพณี มักจะมีเรื่องราวแห่งความสุขสนาน ความชื่นชมยินดีแทรกอยู่ในตัวเอง เมื่อมีวัฒนธรรมของคนชาติอื่นๆเข้ามา ยิ่งเป็นวัฒนธรรมที่ชื่นชมยินดี สนุกสนานด้วยแล้ว จึงเป็นเรื่องง่ายที่คนไทยเองจะรับวัฒนธรรมเหล่านั้นเข้ามาปรับเป็นของตน ทำให้คุ้นเคยได้เร็ว หรือไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อร่วมเฉลิมฉลองไปกับวัฒนธรรมนั้นๆ สำหรับเทศกาลคริสมาสก็เช่นเดียวกัน เป็นเทศกาลที่สนุกสนานเต็มไปด้วยความรื่นเริง มีเสียงเพลง ของขวัญ เป็นเสมือนเทศกาลแห่งความสุขก็ว่าได้ ดังนั้นเป็นเรื่องไม่ยากเลยที่คนไทยจะปรับตัวเข้ากับเทศกาลคริสต์มาสและนำเทศกาลคริสต์มาสเข้ามาสู่สังคมไทยได้อย่างง่ายดาย ไม่น่าแปลกใจที่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทยจะมีการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสตามแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งอาจจะไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงก็เป็นได้ แท้ที่จริงแล้วความหมายของวันคริสต์มาสไม่ได้เฉลิมฉลองเพียงเพราะว่าเป็นเทศกาลที่มีความสนุกสนาน หรือเพื่อความรื่นเริงเพียงเท่านั้น ซึ่งทุกสิ่งล้วนมีสาเหตุ เช่นเดียวกันความสนุกสนานและความรื่นเริงในเทศกาลคริสต์มาส ก็มีสาเหตุมีนัยยะสำคัญแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ด้วยเช่นกัน แต่ทว่าคนไทยส่วนมากไม่ได้เข้าใจถึงความหมายนั้น อาจจะมีแค่คริสตชนไทยหรือคนไทยที่เป็นคริสเตียนเท่านั้นที่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของ เหตุที่แท้จริงแห่งการเฉลิมฉลองนั้น เพราะพระเจ้าคือพระเยซู คริสต์ได้ลงมาบังเกิดในโลกใบนี้ เพื่อจะช่วยให้มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นด้วยความรักนั้น จะได้รอดพ้นจากบาป เวรกรรม ที่นำไปสู่การตกนรกด้วยการตายบนกางเขนและได้ฟื้นจากความตายของพระเยซู เพื่อมนุษย์จะได้รู้จักกับพระเจ้าที่แท้จริง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของทุกสรรพสิ่งรวมถึงมนุษยชาติด้วย โดยมีพระเยซูคริสต์ที่เป็นเสมือนกุญแจสำคัญที่สุดในการที่จะไขไปสู่ความยิ่งใหญ่ การยกโทษบาปและความรักของพระเจ้าได้ นี่เป็นเหตุแห่งการเฉลิมฉลองนั่นเอง ถ้าเราเข้าใจและรู้ความหมายที่แท้จริงเกี่ยวกับวันคริสต์มาสแล้ว อยากให้เราได้ร่วมฉลอง ได้ร่วมสนุกสนานอย่างมีความหมาย ให้เราเชื่อและรับความรักของพระเจ้าผ่านเทศกาลแห่งความสุขนี้ เพื่อชีวิตทั้งหมดของเราจะมีความหมายอย่างที่พระเจ้าทรงมีให้กับเรา

-->

วิธีเฉลิมฉลองคริสต์มาสในซีกโลกใต้

เมื่อเดือนธันวาคมมาถึง ผู้คนที่อาศัยในซีกโลกใต้ไม่ได้ซุกตัวอยู่ในเสื้อกันหนาวอุ่นๆ แต่กลับสวมใส่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น ใช่แล้ว คริสต์มาสทางตอนใต้แตกต่างออกไป แต่คุณจะคาดหวังอะไรได้บ้างล่ะ เพื่อช่วยให้คุณสามารถจินตนาการได้ว่า จะเป็นอย่างไรเมื่อเราเปลี่ยนหิมะมาเป็นแสงอาทิตย์ และเปลี่ยนจากพุดดิ้งมาเป็นกุ้ง เราได้สรุปสิ่งที่เราชอบมากที่สุดใน “ฤดูตลกๆ” ใต้เส้นศูนย์สูตรมาให้คุณแล้ว ออสเตรเลีย “คริสต์มาสในที่ที่ต้นยางเติบโตนั้น จะไม่มีน้ำแข็งและไม่มีหิมะ” เป็นคำแปลจากเนื้อเพลงคริสต์มาสของชาวออสซี่ และเป็นเรื่องจริงเสียด้วย! หากคุณโชคดีพอที่จะได้ใช้เวลาช่วงเทศกาลวันหยุดนี้ในออสเตรเลีย ให้คุณแพ็คครีมกันแดดไปเพิ่ม และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งดีๆ อีกสามอย่างด้วย ซึ่งก็คืออาหารทะเล สลัด และกีฬา แม้ว่าจะเป็นเรื่องแปลกที่จะรับประทานเมนูร้อนๆ แต่คุณจะไม่หิวโหยแน่นอน ชาวออสซี่มักดื่มด่ำไปกับเมนูอาหารทะเล ปลา ไก่งวงและแฮม พัฟโลวา และแน่นอนว่าต้องมีเครื่องดื่มมีฟองเย็นๆ สักแก้ว สวนหลังบ้านและสระว่ายน้ำของคุณเองคือส่วนสำคัญของวันคริสต์มาส โดยมีเด็กๆ กระโดดลงน้ำเพื่อลองของเล่นในน้ำใหม่ๆ และทั้งครอบครัวจะเพลิดเพลินไปกับเกมคริกเก็ตในสวนหลังบ้าน (ชายหาดก็เช่นกัน ชายฝั่งที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงอย่างบริสเบนซิดนีย์ และ เพิร์ท จะเต็มไปด้วยความรื่นเริงของเทศกาลคริสต์มาสในวันที่ 25 ธันวาคม) ในวันเปิดกล่องของขวัญ (หนึ่งวันหลังคริสต์มาส) ชาวออสเตรเลียอาจออกไปล่าดีลสุดคุ้มที่งาน Boxing Day Sales ชมการแข่งขัน Boxing Day Test (การแข่งคริกเก็ตระหว่างออสเตรเลียและทีมประจำชาติอีกทีมหนึ่ง) ไปชมภาพยนตร์ที่เพิ่มเปิดตัวใหม่ หรือแค่นั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านRead More

-->

วิธีปลูกต้นคริสต์มาส ไม้ประดับดูดสารพิษ

อีกหนึ่ง ไม้ประดับสีสันสดใส ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยในเทศกาลคริสต์มาสแบบนี้ ก็คือ วิธีปลูกต้นคริสต์มาส เนื่องจาก ใบอ่อนด้านบนของต้นจะมีสีแดงสดในช่วงฤดูหนาว กินระยะเวลาระหว่างปลายปีถึงต้นปีซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลคริสต์มาสพอดี ทำให้เรียกกันติดปากกันทั่วไปว่า ต้นคริสต์มาส ต้นคริสต์มาสหรือชื่อจริงคือ ต้น Poinsettia (พอยน์เซตเทีย) เป็นไม้ประดับในตระกูลโกสนกับโป๊ยเซียน ใบส่วนบนสามารถเปลี่ยนสีได้ ซึ่งสีที่ได้จะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ทั้งสีแดง สีเหลือง สีขาว และ สีชมพู ซึ่งจะมีระยะเวลาที่เปลี่ยนสีได้ช่วงประมาณเดือนตุลาคม-เดือนมีนาคมเท่านั้น ส่วนในช่วงเวลาอื่นนอกเหนือจากนี้ก็จะมีใบสีเขียวตามปกติ และเนื่องจากเป็นต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม ไม่ต้องดูแลมาก และยังช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษ จึงเป็นที่นิยมปลูกกันโดยทั่วไป โดยจะปลูกลงกระถางตกแต่งไว้ภายในห้อง หรือ ปลูกลงดินในสวนก็ได้เช่นกัน ซึ่ง วิธีปลูกต้นคริสต์มาส ก็ไม่ยาก ดังนี้ค่ะ ต้นคริสต์มาส ชอบดินร่วนซุย โดยให้ผสมดินร่วน 2 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน แล้วนำต้นพันธุ์ลงปลูก หรือ หากต้องการเพาะพันธุ์เพิ่มก็สามารถใช้วิธีตัดกิ่งปักชำได้ อุณหภูมิควรอยู่ที่ 16 -20 องศาเซลเซียส โดยตั้งอยู่ในที่มีแดดรำไรRead More

-->

10 ต้นไม้แต่งบ้านในวันคริสต์มาส

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสแบบนี้ เวลาเราออกไปข้างนอก ตามห้างฯต่างๆ ก็จะเริ่มเห็นการประดับตกแต่งด้วยต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ และดอกไม้ต่างๆอย่างสวยงามอลังการ เต็มไปทั่วแทบจะทุกทิศทุกทางคุณเองก็สามารถสร้างสีสันช่วงเทศกาลแบบนี้ได้ง่ายๆ ที่บ้านของคุณ เราจึงมีต้นไม้ที่นิยมใช้แต่งบ้านในวันคริสต์มาส มาฝากกันจ้าาา 1. ต้นคริสต์มาส (Poinsettia) ต้นคริสต์มาส เป็นดอกไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก เมื่ออากาศหนาวจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ขาว และชมพู แต่ถ้าสำหรับเทศกาลคริสต์มาสนั้น สีแดงจะเป็นที่นิยิมนำมาใช้ตกแต่งมากกว่า ต้นคริสต์มาสนี้จะชอบแสงแดดปานกลาง ปลูกในที่ร่มได้ และชอบน้ำปานกลาง ไม่มากเกินไปค่ะ 2. มังกรคาบแก้ว (Christmas Cactus) ต้นมังกรคาบแก้วเป็นไม้ประดับลักษณะคล้ายกระบองเพชรหัวห้อยลง เมื่อเข้าฤดูหนาว จะออกดอกสีชมพูและแดง และบานเต็มที่ช่วงคริสต์มาส การปลูกมังกรคาบแก้วควรปลูกในที่ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี แต่ความชื้นสูง เช่น กาบมะพร้าวสับผสมกับใบก้ามปูผุ ควรรดน้ำวันละ 1 ครั้ง 3. มิสเซิลโท (Mistletoe) 3มิสเซิลโทนิยมนำมาจัดเป็นหรีดห้อยประตู เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตร และความรัก เชื่อกันว่าหญิงชายคู่ไหนที่ยืนอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโทนั้นจะต้องจูบกัน แต่ถ้าหากปฏิเสธ จะโดนคำสาปให้พบความโชคร้าย 4. ฮอลลี่ (Holly) ต้น Holly เป็นต้นไม้ที่มีความสัมพัธ์กับพระเยซูคริสต์ โดยสีเขียวของต้นนี้แสดงถึงการเป็นอยู่อย่างชั่วนิรันดร์ และสีแดงหมายถึงหยดเลือดของพระเยซูคริสต์ที่ไหลลงบนไม้กางเขนRead More

-->