บทความ

กวางเรนเดียร์ พาหนะคู่ใจ ซานตาคลอส

เมื่อเราพูดถึงซานตาคลอสภาพที่เราเห็นก็คงคิดถึงตอนท่านค่อยขี้รถลากที่ลากโดย กวางเรนเดียร์ ค่อยส่งของขวัญให้กับเด็กๆในทุกเทศกาลคริสต์มาสและเวลาเราเห็นเจ้ากวางพวกมันดูเด่นสง่างามมีรูปร่างหน้าตาที่เป็นมิตร เขาที่เป็นเอกลักษณ์ร่างกายแข็งแรงวันนี้เรามารู้จักพวกกวางพวกนี้ในชีวิตจริงกันดีกว่า ว่าพวกมันจะน่ารักเหมือนที่อยู่กับซานตาคลอสหรือไม ในแต่ละปีกวางแคริบูเดินท่องได้ไกลเกือบ 5,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเดินทางไกลที่สุดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยบนบก เป็นรองก็แต่วาฬหลังค่อม (humpback whale) ซึ่งทำสถิติเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยที่ท่องโลกไกลที่สุด โดยว่ายน้ำเพื่อไปแหล่งผสมพันธุ์ไกลถึง 8,000 กิโลเมตรฝนช่วงฤดูหนาว เห็นท่าเดินช้าๆ เชื่องๆ แต่กวางแคริบูวิ่งได้เร็วถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อได้สัญญาณของผู้ล่ากวางแคริบูจะวิ่งเหยาะๆ ยกหัวสูงขนานกับพื้น และหางที่ปกติจะห้อยลงก็จะตั้งขึ้น เมื่อถูกไล่ล่าก็จะวิ่งควบอย่างว่องไว และด้วยพฤติกรรมดังกล่าวจึงมีประเพณีแข่งกวางเรนเดียร์ทางภาคเหนือของรัสเซีย กวางเหล่านี้อาศัยอยู่ในอลาสกา แคนาดา สแกนดิเนเวีย และรัสเซีย โดยเล็มกินหญ้าในที่ราบทุนดรา และแทนที่จะมีขนนุ่มๆ ปกคลุมตัว แต่กวางเรนเดียร์กลับมีขนที่เป็นโพรงดักอากาศ ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันอุณหภูมิอันหนาวเหน็บจากภายนอก และระบบไหลเวียนเลือดของให้เลือดที่มีอุณหภูมิเย้นกว่าตามขาของเรนเดียร์ดึงความร้อนจากเลือดอุ่นๆ ของร่างกายส่วนอื่นๆ ได้

-->

ไก่งวงอบในเทศกาลคริสต์มาส

เทศกาลคริสต์มาสถือว่าเป็นเทศกาลสำคัญสำหรับศาสนาคริสต์ เพราะถือว่าเป็นวัน ฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก และทำให้ครอบครัวที่ต้องแยกจากกันโดยการแยกออกไปมีครอบครัวของตนเองหรือเพราะการทำงานได้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมในรอบปี ไก่งวง หรือห่านอบนี้ ต้องเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง เช่น มันอบกรอบนอกนุ่มใน ไส้กรอกพันด้วยเบคอน ผักที่เรียกว่า Brussels Sprout ลักษณะคล้ายกะหล่ำปลีหัวเล็กๆ ซึ่งในฤดูหนาวจะมีผัก ชนิดนี้ขายสดๆ นำมาต้มแล้วเสิร์ฟกับเนย นอกจากนี้ก็มีผักประเภทหัว เช่น หัวไช้เท้า จะตักเอาเครื่องที่ยัดไส้ไก่งวงหรือห่านอบไว้ออกมา หรือบางบ้านอาจจะทำเครื่องยัดไส้นี้แยกไว้ต่างหาก ใส่ถาดไว้ เสิร์ฟกับเครื่องเคียง ราดน้ำเกรวี่ชุ่มๆ และ มีแครนเบอร์รี่ซอสสำหรับกินกับไก่งวง ด้วย ซึ่งไก่งวงนี้ ถ้าฝีมือการอบยังไม่ดีพอ เนื้อตรงส่วนอกไก่งวงจะแห้ง แต่ส่วนขาไก่งวงจะยังมีความชุ่มชื้นอยู่ เมื่อถึงเวลารับประทาน ผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของบ้านจะเป็นผู้หั่นไก่งวงแบ่งให้สมาชิกทุกคนในครอบครัว แล้วจะใช้เวลารับประทานกันนานมาก มีการดื่มเครื่องดื่มต่างๆ เช่น เหล้า ไวน์ แชมเปญไปด้วย

-->

รู้ไหม หิมะ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

หิมะ สำหรับเด็กๆที่ไม่ได้เกิดมาในประเทศที่ไม่มีหิมะตกในฤดูหนาวนั้นก็คงตื่นเต้นเป็นธรรมดา และอยากรู้ไหมว่าหิมะนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร หิมะ เป็นรูปหนึ่งของการตกลงมาของน้ำจากบรรยากาศ อยู่ในรูปของผลึกน้ำแข็งจำนวนมากเรียก เกล็ดหิมะ จับตัวรวมกันเป็นก้อน ดังนั้นหิมะจึงมีเนื้อที่หยาบเป็นเกล็ด และมีโครงสร้างที่กลวงจึงมีความนุ่มเมื่อสัมผัส หิมะนั้นเกิดจากละอองน้ำเกิดการเกาะรวมตัวกันในชั้นบรรยากาศที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 °C (32 °F) ทำให้เกิดการแข็งตัวเป็นผลึกน้ำแข็ง และตกลงมา นอกจากนี้หิมะยังสามารถผลิตได้จากเครื่องสร้างหิมะเทียม

-->

เที่ยวKOZIAR’s Christmas village อเมริกา

KOZIAR’s Christmas village ถือว่าเป็นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของคนในอเมนิกาและทั่วโลกบ้างคนก็ลงทุนมาดูไฟที่นี้โดยเฉพาะโดย KOZIAR’s Christmas village จะเปิดให้ชมแค่ปีละ 2 เดือนเท่านั้น มันจึงเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมานี้นั้นมากมายแถวอากาศหนาวๆเดินดูไฟสวยถ่ายรูปไฟสวยๆ แต่ก็ต้องทำใจ ลานจอดรถมีค่อนข้างมาก แต่ก็จำกัดรถเข้าออก เลยไปติดยาวอยู่ข้างนอกเสียมาก

-->

เที่ยวเทศกาลหิมะที่ซัปโปโระ ความฝันของใครหลายๆคน

สำหรับชื่อเสียงของ เทศกาลหิมะ ที่ซัปโปโระ นั้นโด่งดังไปทั่วโลกเพราะเมื่อถึงหน้าเทศกาลที่ซัปโปโระ จะครึกครักเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างเข้าชมถือว่าเป็นศิลปะหรือโชว์ที่อลังการณ์โดยเทศกาลนี่จะจัดขึ้น ประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี บนพื้นที่จัดงาน 3 ส่วนคือ สวนสาธารณะโอโดริ ย่านการค้าซูซูกิโนะ และซัปโปโระคอมมูนิตีโดม (สึโดมุ) ในงานมีการนำเสนอประติมากรรมที่สร้างจากหิมะและน้ำแข็งเป็นจำนวนนับร้อยชิ้น เทศกาลหิมะซัปโปโระเป็นเทศกาลหิมะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกกว่า 2 ล้านคนทุกปี เทศกาลหิมะของนครซัปโปโรเริ่มขึ้นเมื่อราว ปี ค.ศ. 1950 โดยความร่วมมือของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวซัปโปโรและเขตซัปโปโร ในเทศกาลหิมะครั้งแรกนี้ เพราะไม่มีใครเคยสร้างรูปปั้นหิมะมาก่อน คณะกรรมการจัดงานจึงต้องขอร้องให้นักเรียนชั้นมัธยมปลายในเมืองซัปโปโรร่วมกันก่อรูปปั้นหิมะขึ้น จนได้รูปปั้นจำนวน 6 ชิ้นในบริเวณลานในสวนสาธารณะโอโดริซึ่งเดิมใช้เป็นที่ทิ้งหิมะ รูปปั้นหิมะรุ่นแรก ๆ นั้นมีความสูงอย่างมากเพียง 7 เมตรเท่านั้น แต่ในงาน 4 ในปี ค.ศ. 1953 มีการสร้างรูปปั้นที่มีขนาดสูงถึง 15 เมตร ซึ่งต้องใช้หิมะจำนวนมาก จึงต้องใช้รถบรรทุกและรถดันดินมาช่วยในการสร้าง และนับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรูปปั้นหิมะขนาดใหญ่อย่างในปัจจุบัน ในปี 1954 เริ่มมีผลงานของชาวเมืองเข้าร่วมในงาน ในปี 1955 มีผู้เข้าร่วมแสดงผลงานมากขึ้น ซึ่งรวมทั้งกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นได้อาสาเข้าร่วมจัดงานขึ้นที่พื้นที่มาโกมาไน ตั้งแต่งาน 10 ในปี 1959 ก็เริ่มมีผู้ชมจากนอกจังหวัดฮกไกโดมาชมมากขึ้น เมื่อญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวที่ซัปโปโระในปีRead More

-->

ฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับ 7 งานอีเว้นท์น่าชวนคนรู้ใจไปเดิน

เข้าสู่ช่วงเวลาที่ใครหลายๆ คนน่าจะตั้งตารอคอยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นช่วงเวลาของเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่นั่นเอง ถึงแม้ว่าที่ประเทศไทยจะไม่มีหิมะสีขาวๆ ตกมาให้เราๆ ได้ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกัน แต่การออกไปหาสถานที่สวยๆ หรือไปเดินดูของขวัญตามงานต่างๆ ก็เป็นกิจกรรมที่ทุกคนตั้งตารอคอย ZipEvent ได้รวบรวมงานอีเว้นท์งานคริสต์มาสมาฝาก ไม่ว่าจะเป็นงานช้อปปิ้ง เดินเล่น ถ่ายรูป ก็มีให้เลือกกันหลากหลาย ใครถูกใจงานไหน รีบชวนคุณแฟนหรือคุณเพื่อนไปเดินกันได้เลย : ) X’Mas Sale 2 – 10 ธ.ค. 10.30 – 21.00 น. อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 5 – 7 ลดราคากันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นเฟอนิเจอร์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของขวัญน่ารักๆ สินค้าแฮนเมด DIY และ อาหารเครื่องดื่มอร่อยๆ มาหาของขวัญสุดพิเศษให้กับคนรอบข้างกันได้ที่งานนี้ พิเศษ! เพลิดเพลินไปกับศิลปินนักร้องชื่อดัง มาสร้างความสุข สนุกสนาน พร้อมกิจกรรมบนเวที อาทิเช่น การแสดงย้อนยุคในแต่ละภาค, การละเล่นพื้นเมือง และอื่นๆ อีกมากมาย อัดแน่นRead More

-->

Checklist 7 กิจกรรมดี ๆ ที่ไม่ควรพลาดใน Christmas นี้

เทศกาลคริสต์มาส (Christmas Festival) เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง ที่เน้นพิธีกรรมของศาสนาคริสต์ศาสนิกชน วันคริสต์มาสถือเป็นวันเริ่มต้น เทศกาลพระคริสตสมภพ ผู้คนหลายพันล้านทั่วโลกต่างเฉลิมฉลอง เพราะถือว่า เป็นวันที่ตรงกับวันหยุดของ ศาสนาและวัฒนธรรม และเป็นช่วงหน้าหนาวที่มีอากาศค่อนข้างเย็นสบาย ดังนั้น ประชาชนทั่วไป มักจะออกมาเดินเล่นรอบ ๆ เมือง มีการบรรเลงดนตรี ขับร้องประสานเสียง จัดเลี้ยงอาหาร แลกของขวัญ และ ประดับตกแต่งต้นคริสต์มาส สวยงาม ส่วนใหญ่มักพบได้ตามห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร หรือ แม้กระทั่งภายในโบสถ์ และแล้ว วันคริสต์มาสก็มาถึง เป็นอีก 1 วันที่หลาย ๆ คน รอคอย หลาย ๆ คนก็มีแพลนไปเที่ยวไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ บางคนก็เดินทางกลับบ้านไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวที่บ้าน หรือบางคน อาจจะไม่มีแพลนอะไรมากนัก เพียงแค่ เดินห้าง ช็อปปิ้ง ซื้อของขวัญ ทานอาหารกับเพื่อน ๆ กับแฟน หรือกับพี่น้อง ก็สนุกแล้ว หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะทำกิจกรรมอะไรดีในช่วงคริสต์มาส หรืออยากไปเที่ยวที่ไหน เรามี 7Read More

-->

7 ธรรมเนียม “วันคริสต์มาส” ของทั่วโลก แต่ละประเทศ ทำอะไรบ้าง บทความและรีวิว

วันนี้Travelzeedมา “เมอร์รี่คริสต์มาส” เพื่อนๆล่วงหน้ากันครับรู้ไหมครับ ว่าธรรมเนียมของเทศกาลแห่งความอบอุ่น อย่างเทศกาลคริสต์มาส ไม่ได้มีแค่ในต่างประเทศแถบยุโรปเท่านั้น แต่ปัจจุบัน มีอยู่หลายๆ แห่งที่มีธรรมเนียมคริสต์มาสได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากๆ สำหรับวันนี้ Travelzeed เลยขอเสนอ ทั้งของขวัญที่ประเทศอื่นๆ นิยมให้กัน และธรรมเนียมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ จะน่าสนใจแค่ไหน ตามกันมาดูได้เลยจ้า 1. เนเธอร์แลนด์(Netherlands) เด็กๆ ในเนเธอร์แลนด์จะได้รับของขวัญจากซานตาคลอสในวันที่ 5 ธันวาคม หลายๆคนอาจจะทำหน้างง เอ๊ะ วันนี้ยังไม่ใช้วันคริสต์มาสซะหน่อย ก็ถือเป็นความแตกต่างที่น่าสนใจมากๆเลยครับ โดยมีเงื่อนไขว่าหากเด็กๆ วางแครอทเอาไว้ เขาจะได้รับของขวัญจากซานต้านั่นเองครับ นอกจากนี้จะมีการจัดเล่นเกม ซึ่งมีบทกวี และปริศนาคำทาย ให้พวกเขาตีความเพื่อให้ได้รับของขวัญจากซานต้าอีกด้วย 2. ญี่ปุ่น(Japan) คริสต์มาสในญี่ปุ่นไม่ถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองทางศาสนา แต่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข วันคริสต์มาสอีฟจะมีการเฉลิมฉลองมากกว่าคริสต์มาสเลยก็ว่าได้ ถือเป็นวันที่แสนโรแมนติก โดยคู่รักจะนัดพบกันและแลกเปลี่ยนของขวัญ เด็กญี่ปุ่นเองก็จะได้รับของขวัญคริสต์มาสของตัวเองซ่อนเอาไว้ใต้หมอนอีกด้วย “Merry Christmas” ของญี่ปุ่นคือ “Meri Kurisumasu” 3. รัสเซีย(Russian) ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะให้ของขวัญในวันคริสมาสต์ในประเทศรัสเซีย เพราะว่าในความเป็นจริงประเทศรัสเซียมีการเฉลิมฉลองปีใหม่ตามธรรมเนียมรัสเซียในวันที่ 6 มกราคมและวันหยุดของประเทศอีกด้วย วันนี้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ มีคนไปโบสถ์และมีการช็อปปิ้ง โดยมีการเฉลิมฉลองกับสมาชิกในครอบครัวและที่บ้าน อย่างไรก็ตามคนรัสเซียก็ให้ของขวัญคริสต์มาสกับคนในประเทศอื่นๆRead More

-->

4 โลเคชั่นเช็คอิน กับแสงสีเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

สำหรับสาวๆหลายคน การได้รูปสวยๆไว้ลงโซเชียล ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ขอให้ได้รูปสวยๆก็เป็นที่พอใจแล้ว แต่สำหรับคนวัยทำงาน หรือวัยรุ่นนักศึกษา  อาจจะไม่มีช่วงเวลาในตอนกลางวัน เพื่อที่จะไปถ่ายรูปเช็คอินสวยๆ กว่าจะเลิกงานหรือเลิกเรียนก็มืดค่ำแล้ว แต่สำหรับเมืองเชียงใหม่ เมืองแห่งการท่องเที่ยว ย่อมมีสถานที่สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวยามค่ำคืน และในช่วงฤดูหนาวใกล้ เทศกาลคริสต์มาส และ เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ถือเป็นช่วงที่เป็นฤดููกาล ท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ทำให้มีการจัดแต่งสถานที่ต่างๆด้วยไฟแสงสีที่ประดับประดาอยู่หลายแห่งด้วยกัน วันนี้เราจะพาไปชม 4 โลเกชั่น ที่เหมาะแก่การถ่ายรูปให้สาวๆ ยามค่ำคืนกัน เริ่มกันด้วย ห้างสรรสินค้าพรอมเมนาดา  ที่ห่างจากตัวเมืองเพียงไม่กี่นาที และสำหรับ วันที่ 5-10 ธันวาคม 62 นี้ ทางห้างสรรสินค้าก้ได้จัดงาน เพลินวาน งานวัด ซึ่งจะเป็นการจำลองงานวัดแบบดั้งเดิมของไทย นำมาไว้ที่บริเวณลานกิจกรรมตึก A และ ตึก B ซึ่งได้นำเครื่องเล่นตามงานวัดแบบดั้งเดิม  เช่น ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน เพิ่มสีสันจากไฟที่นำมาตกแต่งอย่างสวยงาม นอกจจากนี้ก็ยังมีกิจกรรม และร้านค้าอีกมากมาย ให้ไปสัมผัสกัน  สามารถไปเที่ยวกันได้ ถัดมาใกล้ตัวเมืองอีกหน่อย และยังคงเป็นห้งสรรพสินค้าที่มีทั้งนักท่องเที่ยว รวมไปถึงคนทั่วไปใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย คือห้าง Cental Festival Chiang Mai ซึ่ง บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้า  ได้มีการนำไฟมาประดับทางเดินจนกลายเป็นอุโมงค์เล็กๆ ทุกๆปี ทำให้เกิดเป็นจุดที่สนใจแก่คนที่ไปใช้บริการห้างนี้ หลายๆคนก็แวะถ่ายรูปก่อนกลับด้วย และในปีนี้ ก็ได้มีการนำสิ่งอื่นๆมาประดับเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคนได้มีมุมถ่ายรูปมากขึ้นด้วย  อีกย่านที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือ นิมมานเหมินทร์ บริเวณนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเชียงใหม่ เลยก็ว่าได้ เพราะมีคนหลั่งไหลเข้ามาตลอดทั้งวันRead More

-->

ประเพณีคริสต์มาสแบบเยอรมัน

ช่วงเวลาคริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากของประเทศเยอรมันตามประสาประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์เป็นศาสนาหลัก (ถึงแม้ว่าปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะหันไปเลิกนับถือศาสนากันซะเยอะ) หลังจาก Halloween จบไปได้ไม่นาน กลิ่นอายของบรรยากาศแห่งเทศกาลคริสต์มาสก็จะกลับเข้ามาคืนความสดใสให้กับบรรยากาศอันน่าหดหู่ของฤดูใบไม้ร่วง ห้างร้านบ้านเรือนต่างๆจะเริ่มประดับประดาห้องหับของตัวเองด้วยเครื่องตกแต่งคริสต์มาสกันทีละเล็กละน้อยจนกว่าจะรู้ตัวอีกที เราก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยรูปปั้น ของตกแต่ง และไฟเทศกาลที่ส่องแสงระยิบระยับอย่างมีชีวิตชีวาซะแล้ว จริงๆที่ไทย (หรืออย่างน้อยก็ในกรุงเทพแถวๆสยามที่เราเคยอยู่ 555) ก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ว่าที่เยอรมันนอกจากเรื่องการตกแต่งประดับประดาต่างๆแล้ว เวลาคริสต์มาสยังเป็นเวลาที่สมาชิกในครอบครัวจะกลับมาพบหน้ากัน โดยที่ช่วงเวลาระหว่างเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่จะเป็นวันหยุดราชกาล อย่างที่คอลเลจของเราก็หยุดตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ถึงวันที่ 4 มกราคมแน่ะ แล้วในการพบหน้ากันครั้งนี้ก็แน่นอนว่าต้องมีการให้ของขวัญกันตามธรรมเนียม ช่วงก่อนจะถึงวันคริสต์มาสห้างร้านก็จะคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาเลือกซื้อของเพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อนๆและสมาชิกในครอบครัว ที่เยอรมัน บางครอบครัวมีวิธีที่ทำให้เด็กๆตื่นเต้นใจจดใจจ่อรอคอยให้วันคริสต์มาสมาถึงไวๆมากขึ้นไปอีก โดยการแขวนปฎิทิน Adventskalender ไว้ ซึ่งปฎิทิน Adventskalender แบบดั้งเดิมนี้ก็เหมือนปฎิทินทั่วไป แต่ว่าจะมีวันที่ต้้งแต่ 1 ธันวาคมถึง 24 ธันวาคมเท่านั้น และแต่ละช่องวันที่บนปฎิทินก็จะมีประตูเล็กๆอยู่ แต่ละวันๆเด็กๆก็จะเปิดประตูเล็กๆนั้นออกตามวันที่นั้นๆ ในแต่ละช่องประตูก็จะมีของขวัญเล็กๆหรือขนมหวานอยู่ เด็กๆก็จะได้ของขวัญเล็กๆน้อยๆไปวันละชื้นไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม และนอกจากจะเป็นในรูปแบบปฎิทินธรรมดาแล้ว ยังมีไอเดีย Adventskalender ในรูปแบบอื่นๆอีกเยอะแยะมากมาย

-->